World Celeb

3 ผู้นำคนใหม่จากพรรคอนุรักษ์นิยม หมดยุคฝ่ายซ้ายและเสรีนิยม

Pinterest LinkedIn Tumblr


ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังเปลี่ยนไป หลายประเทศทั่วโลกกำลังโหยหาผู้นำคนใหม่ที่จะนำพารัฐนาวาไปสู่ความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจ ไม่เพียงแต่นักการเมืองหน้าใหม่เท่านั้น ที่ประชากรโลกส่วนใหญ่คาดหวัง แต่ยังรวมถึงแนวความคิด นโยบาย และการลงมือทำที่บรรลุผลสำเร็จด้วย แต่หลายประเทศกำลังประสบปัญหากับรัฐบาลที่ดูคล้ายจะเป็น “ความหวังใหม่” ทั้งตัวผู้นำและนโยบายการเมือง ที่มาจากฝ่ายซ้ายหรือเสรีนิยม และกลับทำให้ประเทศติดหล่ม เศรษฐกิจถดถอย สภาพแวดล้อมโลกไม่ได้ดีขึ้น อีกทั้งสังคมยังวุ่นวายไร้สันติสุข อย่างที่เห็นในผลการเลือกตั้งช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าฟินแลนด์ เอกวาดอร์ หรือนิวซีแลนด์ ประชาชนส่วนใหญ่หันหลังให้กับพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายหรือเสรีนิยม หันกลับมาก่อความหวังใหม่กับบรรดานักการเมืองฝ่ายขวาหรืออนุรักษ์นิยมแทน


:: ดาเนียล โนโบอา

ประธานาธิบดีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของเอกวาดอร์ หลังจากนับคะแนนได้ประมาณ 91% นักธุรกิจหนุ่มวัย 35 ปีก็สอบผ่านการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศที่ไปใช้สิทธิ์ 82% โนโบอาถือเป็นนักการเมืองฝ่ายขวา “อาลบาโร” พ่อของเขาซึ่งสร้างฐานะร่ำรวยได้จากการปลูกและส่งออกกล้วย และนับเป็นชายที่มั่งคั่งที่สุดในเอกวาดอร์ เคยลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมา 5 ครั้ง แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ

ดาเนียล โนโบอา มีดีกรีด้านบริหารธุรกิจจาก Stern School of Business ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์กเมื่อปี 2010 จากนั้นเขาก็ไล่เก็บปริญญาบัตรเพิ่มอีก 3 ใบ ทั้งจาก Kellogg School of Management ในเมืองอีแวนส์ตัน รัฐอิลลินอยส์, สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และล่าสุด เมื่อปี 2022 เขาเพิ่งเรียนจบด้านการสื่อสารทางการเมืองและการปกครองเชิงยุทธศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน โนโบอาเริ่มก่อตั้งบริษัท DNA Entertainment Group ของตัวเองตั้งแต่อายุ 18 ทำธุรกิจด้านออร์แกไนซ์ ทั้งยังช่วยงานพ่อด้านการส่งออกกล้วย เคยนั่งตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายจัดส่งในบริษัท Noboa Corporation ตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2018

เส้นทางการเมืองของเขาเริ่มเมื่อปี 2021 จากการได้รับเลือกเข้าสู่สภาแห่งชาติ โดยเป็นตัวแทนของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง Ecuatoriano Unido อย่างไรก็ตาม ดาเนียล โนโบ อาจจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเอกวาดอร์ประมาณ 18 เดือน ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมไปจนกระทั่งสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งของ ประธานาธิบดีกิลแลร์โม ลาสโซ คนปัจจุบัน


:: เพตเตรี ออร์โป

นักการเมืองสายอนุรักษ์นิยมของฟินแลนด์ ผู้ได้รับชัยชนะเหนือ “เซนนา มาริน” จากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย จนได้ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้นำรัฐบาลพรรคร่วมจากฝ่ายขวาและอนุรักษ์นิยม ออร์โปได้ชื่อว่าเป็นนักปฏิบัติ สื่อมวลชนในฟินแลนด์บรรยายภาพเขาว่าเป็นคนน่ารัก สุขุม และสุภาพ อาจจะน่าเบื่อบ้างเล็กน้อย และที่แน่ๆ เขาไม่น่าจะมีคลิปเต้นรำแบบสุดเหวี่ยง หลุดออกมาให้เห็นในโลกออนไลน์แบบนายกรัฐมนตรีมารินคนเก่า

ตลอดเส้นทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีวัย 53 คนนี้ เคยผ่านประสบการณ์การเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร มหาดไทย และคลังมาก่อน ภารกิจหลักของรัฐบาลภายใต้การนำของออร์โปคือ การควบคุมการขาดดุลงบประมาณ แม้จะส่งผลกระทบต่อระบบประกันสังคม โดยเฉพาะ สวัสดิการสำหรับคนว่างงาน แต่เขาอ้างถึง “กับดักแห่งแรงจูงใจ” ว่ามันจะต้องคุ้มค่ากับการผลักดันให้คนว่างงานกลับเข้าสู่วงจรการทำงานอีกครั้ง

รวมทั้งนโยบายเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ ฟินแลนด์จะรับผู้ขอลี้ภัยน้อยลง ส่วนผู้อพยพ ในอนาคตจะมีการออกใบอนุญาตให้เฉพาะผู้พำนักชั่วคราวเท่านั้น และผู้อพยพคนไหนตกงาน ก็จะต้องถูกผลักดันออกจากประเทศภายในสามเดือน หากไม่สามารถหางานใหม่ได้ และเฉพาะแรงงานที่มีรายได้อย่างต่ำ 1,600 ยูโรต่อเดือนเท่านั้น ที่จะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในฟินแลนด์ เรียกว่าฟินแลนด์ยุคใหม่ภายใต้ เพตเตรี ออร์โป น่าจะเป็นรัฐบาลขวาจัดที่สุดนับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่สองเลยทีเดียว


:: คริสโตเฟอร์ ลักสัน

การเลือกตั้งของนิวซีแลนด์เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า พรรค National ซึ่งเป็นพันธมิตรกับพรรค ACT ฝ่ายขวา ได้ที่นั่งเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และ คริสโตเฟอร์ ลักสัน นักการเมืองสายอนุรักษ์นิยม ก็ถูกกำหนดให้นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของนิวซีแลนด์ ลักสันเป็นนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีวัย 53 ปี เคยทำงานให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง Unilever อยู่นานเกือบสองทศวรรษ จากนั้นไปบริหารสายการบินแห่งชาติ Air New Zealand อีก 6 ปี ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง เขาใช้เวลาเพียง 3 สามปีและดำรงตำแหน่งในรัฐสภาได้เพียงวาระเดียว

ลักสันให้คำสัญญาระหว่างการหาเสียงว่า เขาจะประยุกต์ทักษะที่เขาใช้ในการจัดการธุรกิจเพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ และช่วย “คนชั้นกลางที่ถูกบีบ” ของประเทศ ด้วยการลดภาษี รวมถึงควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์ ลดหนี้ภาครัฐด้วยปรับลดงบประมาณการใช้จ่าย และลดขอบเขตอำนาจของธนาคารกลาง ในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ เพื่อช่วยขยายขอบเขตทางการเงินแก่ครอบครัวที่มีรายได้ปานกลาง

นอกจากนี้ เขายังมุ่งมั่นที่จะรักษาการทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย และสนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน ด้านชีวิตส่วนตัว นายกรัฐมนตรีป้ายแดง ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีลูกสอง มีบ้านหลายหลังในนิวซีแลนด์ กำลังเรียนภาษาเมารี และเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ “เทย์เลอร์ สวิฟต์”

Comments are closed.

Pin It