Hot Topic

เปิด 4 วังราชสกุลดังในเมืองกรุง ศูนย์รวมจิตใจลูกหลานของตระกูล

Pinterest LinkedIn Tumblr


ถ้าย้อนกลับไปในสมัยต้นรัชกาลยุครัตนโกสินทร์ พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ส่วนใหญ่ล้วนเป็นที่ตั้งของ กระทรวง ทบวง กรม และที่พักอาศัยของเหล่าเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง คหบดีใหญ่ ที่แต่ละคนได้รับการจัดสรรพื้นที่ สร้างวัง คฤหาสน์ สำหรับครอบครัว ลูกหลานในราชสกุล ปัจจุบันนี้กาลเวลาผ่านมานานเป็น 100 ปี หลายแห่งได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นสถานที่ราชการ บ้างก็โดนทุบทิ้งทำลาย สร้างชุมชน ตึกรามบ้านช่องต่างๆ แต่ก็มีอีกหลายวังที่ยังสามารถรักษาเศษเสี้ยวแห่งประวัติศาสตร์ส่งต่อสู่ลูกหลาน ให้ได้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของเหล่าสมาชิกในราชสกุล


เริ่มจาก “วังบ้านหม้อ” ของราชสกุล “กุญชร” ซึ่งเป็นวังโบราณที่ยังคงหยัดยืนผ่านกาลเวลามาหลายศตวรรษ ถูกยกให้เป็นมรดกแห่งประวัติศาสตร์ของรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่ยังหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน โดยวังบ้านหม้อตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระบรมมหาราชวัง บนถนนอัษฎางค์ ไปทางปากคลองตลาด เป็นเรือนไม้โบราณหลังใหญ่ ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 สร้างพระราชทาน พระองค์เจ้ากุญชร หรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษเทเวศร์ พระราชโอรสในเจ้าจอมมารดาศิลา ซึ่งเป็นองค์ต้นราชสกุล “กุญชร”


ปัจจุบัน “วังบ้านหม้อ” ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นโบราณสถาน โดยลูกหลานราชสกุลกุญชรได้ดูแลรักษาบูรณะไว้เป็นอย่างดี ทั้งในส่วนของท้องพระโรง ศูนย์กลางของวัง เป็นเรือนโบราณทำจากไม้สักทั้งหลัง และเก๋งจีนด้านหน้าที่สะท้อนถึงการผสมผสานของศิลปะและเชื้อชาติในยุคนั้น โดยลูกหลานของราชสกุลกุญชรจะกลับมาร่วมตัวกันในทุกวันที่ 16 เมษายน เพื่อรดดำน้ำหัวญาติผู้ใหญ่ และทำบุญให้กับบรรพบุรุษเป็นประจำทุกปี ต่อเนื่องมากว่า 200 ปีแล้ว


ถัดออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ก็เป็นที่ตั้งของอีกหนึ่งวัง โดยสร้างห่างกันนับ 100 ปี อย่าง “วังจักรพงษ์” ที่บางครั้งก็เรียกกันว่า บ้านจักรพงษ์ หรือ บ้านท่าเตียน ของราชสกุล “จักรพงษ์” ที่สร้างในสมัยปี 2450 หรือกว่าร้อยปีมาแล้ว ในสมัยรัชกาลที่ 5 ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ก่อนจะส่งต่อมาสู่รุ่นลูก คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ และต่อเนื่องมาสู่รุ่นหลาน “หม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์” ผู้ที่ครอบครองและยังคงอาศัยอยู่ในเรือนโบราณแห่งนี้ถึงปัจจุบัน


วังจักรพงษ์ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี สถาปัตกรรมแนวตะวันตก สร้างเป็นอาคารทรงอิตาเลียนวิลลาที่เป็นหลังคาสูง โดยได้รับการซ่อมแซมและทะนุบำรุงให้กับเข้ายุคสมัย นอกจากเป็นที่พำนักของลูกหลานแล้ว ภายในบริเวณยังสร้างโรงแรมบูติกขนาดเล็ก ร้านอาหาร รวมไปถึงสำนักพิมพ์ River Books อีกด้วย


ห่างออกมาที่บริเวณใจกลางเมืองย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ อย่าง ริมถนนวิทยุ มีเรือนไม้โบราณหลังงามแอบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูง เป็นที่ตั้งของ “วังวิทยุ” ที่เคยเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ต้นราชสกุล “รังสิต” สร้างขึ้นในสมัย 2468 หรือเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ตัวอาคารออกแบบโดยสถาปนิกชาวตะวันตก “ชาลส์ เบเกอแลง” ในรูปแบบคฤหาสน์สไตล์เยอรมัน ด้วย สมเด็จฯ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เคยร่ำเรียนที่ประเทศเยอรมนี และมีพระชายา (หม่อมอลิซาเบธ) ก็เป็นชาวเยอรมันเช่นกัน


ทุกวันนี้วังวิทยุ เป็นที่พักของ หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต ธิดาคนเล็กของ หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า วิภาวดีรังสิต โดยนอกจากเป็นที่พักอาศัยแล้ว สถานที่บางส่วนยังใช้เป็นสถานที่จัดงานไพรเวทแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วย โดยเคยจัดแสดงเครื่องเพชร รวมถึงใช้จัดงานแต่งงานมาแล้ว


ส่วนที่ “วังวรดิศ” บนถนนหลานหลวง ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ต้นตระกูล “ดิศกุล” สร้างในปี 2454 ออกแบบด้วยสถาปนิกชาวเยอรมัน ด้วยค่าก่อสร้าง 50,000 บาท เป็นอาคารรูปแบบตะวันตก 2 ชั้นหลังคาจั่วมุงกระเบื้องดินเผา ทุกวันนี้ใช้จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์และหอสมุด สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยเคยได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์จากสมาคมสถาปนิกสยาม รวมถึงได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็น “อาคารประวัติศาสตร์โลก”


ปิดท้ายกันที่วังโบราณ อย่าง “วังตรอกสาเก” ของราชสกุล “ทองใหญ่” ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ ใกล้ถนนราชดำเนิน ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม พระราชโอรสของรัชกาลที่ 4 ซึ่งทุกวันนี้ถูกรื้อถอนโดย มูลนิธิกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เพื่อนำไปปลูกสร้างใหม่ที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม

Comments are closed.

Pin It