Art Eye View

ความฝันของฉัน ในตู้เก่าใบนั้น : องุ่น เกณิกา สุขเกษม

Pinterest LinkedIn Tumblr

คอลัมน์ : เรื่องเล่าในเงาดิน โดย : องุ่น เกณิกา สุขเกษม

ครั้งเมื่อฉันยังเป็นเด็ก มีภาพของความทรงจำในการเดินลัดเลียบริมตลิ่งชายน้ำ ก้มเก็บเศษกระเบื้องที่ถูกฝังจมอยู่ในดินเมื่อยามที่ระดับน้ำลดในหน้าแล้ง พร้อมกับจ้องมองดูด้วยความสงสัยอยู่ในใจว่า..ใครหนอ ช่างมาทิ้งจานลายดอกไม้สีสวยๆ เหล่านี้ไว้ในแม่น้ำ…

ครั้นเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น ฉันเป็นเด็กนักเรียนในห้องศิลปะที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน กทม. ยังมีภาพความทรงจำในครั้งกระนั้น ที่ชอบไปนั่งห้อยขากินขนมอยู่บนสะพานไม้เล็กๆ ริมคลองมอญ เพื่อมองสายน้ำ..และบ้านไม้ชานกว้างหลังหนึ่งที่อยู่ตรงนั้น ในบ้านหลังนั้นมีหุ่นกระบอกเก่าๆ มากมายหลายตัวที่ได้ถูกวางและแขวนไว้เรียงรายอยู่ภายในตู้กระจกใส…


กาลเวลาผ่านมานานแสนนาน.. แม่น้ำสายเดิมที่ไหลผ่านหน้าบ้านของฉัน บัดนี้ระดับน้ำกลับกลายสูงคงที่อยู่อย่างนั้น ไม่เคยลดลงจนเผยให้เห็นพื้นดินเบื้องล่างเพื่อให้ฉันได้เดินลงไปค้นหาความลึกลับที่เคยจมอยู่ในน้ำนั้นได้อีกต่อไป

และเช่นเดียวกันเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ฉันได้หวนกลับไปที่ริมคลองมอญ กลับไป ณ จุดเดิมอันเป็นที่ที่ฉันเคยชอบไปนั่ง ไปเพื่อที่จะไปพบกับบ้านไม้หลังนั้นซึ่งอยู่ในความทรงจำของฉัน

ในสถานที่เก่า เพียงแต่ต่างกันซึ่งเวลาฉันกลับได้พบบ้านตึกหลังใหม่ที่กำลังก่อสร้างแทนที่บ้านไม้หลังนั้น…ฉันยืนมองด้วยใจถวิลหา แม้ไม่เหลือสิ่งที่เคยรู้จักอันอยู่ในความทรงจำบนโลกแห่งความเป็นจริง แต่ทว่าในพื้นที่ของจิตใจ สิ่งเหล่านั้นยังคงอยู่เสมอ…

ในปี พ.ศ.2557 อันเป็นเวลาในขณะนี้ เป็นหนึ่งในหลายปีที่ที่ผ่านมา ที่ฉันได้เริ่มสร้างเสริมภาพแห่งความทรงจำที่เคยมีในหัวใจของตัวเองโดยฉันค่อยๆ เริ่มหาตู้เก่าๆ เข้ามาไว้ในบ้าน เพื่อใส่งานปั้นหญิงสาวของตัวเอง ใส่ให้เหมือนกับที่ฉันเคยมองเห็นหุ่นกระบอกโบราณที่บ้านไม้หลังนั้น…

สถานที่ที่ฉันมักไปเดินหาดูตู้เก่าๆ มักเป็นตลาดขายของเก่าในเย็นวันเสาร์ที่จัดขึ้นในทุกๆ อาทิตย์ ณ จังหวัดที่ฉันอยู่นั่นเอง มักจะมีพ่อค้าที่ไปรับซื้อตู้มาจากตามบ้านโดยยังไม่ผ่านการซ่อม แล้วนำมาวางขาย บางใบที่ผ่านการซ่อมก็ซ่อมมาอย่างไม่สมบูรณ์นัก ราคาของตู้เหล่านั้นจึงไม่แพง ตามความไม่สมบูรณ์นั้นๆ นั่นเอง..


เมื่อขายงานได้คราใด ฉันมักไปเดินดูตู้ที่ตลาดคูเมืองอยู่เสมอๆ เวลาฉันถูกใจตู้เก่าใบใด ฉันมักจะถามคนขายว่า ได้มาจากแถบถิ่นไหน ฉันชอบที่จะรู้ความเป็นมาของตู้เหล่านั้น ของเก่าๆ ที่ซีดจางล้าสมัย เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา กลับเป็นของมีค่าในสายตาของฉัน เพราะมันจะเป็นที่อยู่อันอบอุ่นปลอดภัยให้กับงานของฉัน

ตู้บางใบมีประวัติอันน่าสงสาร..คนชราผู้แก่เฒ่าอยากเก็บมันไว้ให้ลูกหลาน เรียกลูกหลานให้มาขนไป รอแล้วรอเล่า..ก็ไม่มีใครมา ทิ้งตู้เก่าถูกวางอย่างอ้างว้างอยู่เช่นนั้น ในที่สุดเมื่อถึงปีที่น้ำท่วมใหญ่ ชายชราเจ้าของตู้จึงจำใจเรียกพ่อค้าผู้รับซื้อของเก่า ให้ไปยกเอามาขาย

เพราะหากตั้งทิ้งไว้ ก็จะต้องจมน้ำเสียหายอยู่ภายในบ้านนั่นเอง ฉันบังเอิญผ่านไปพบตู้เก่าสีหวานใบนี้ถูกวางอยู่ท่ามกลางสิ่งของชำรุดหักพัง

ที่ร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง ฉันรู้สึกถูกชะตาทันทีกับกรอบกระจกสีชมพูและตัวตู้สีฟ้านั้น บานกระจกส่องหน้านั้นเก่าแก่ด้วยร่องสีดำซึ่งผ่านกาลเวลา และการใช้งานมาอย่างยาวนาน..

“ไปอยู่บ้านฉันกันนะ” ฉันจะทำให้เธออบอุ่น ด้วยงานของฉัน โดยที่ฉันจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรในเธอ
ฉันรักเธอตั้งแต่แรกเห็น และฉันรักเธออย่างที่เธอเป็น.. ฉันกระซิบบอกในใจในระหว่างที่ยืนพินิจดูตู้กึ่งโต๊ะเครื่องแป้งสีหวานนั้น..

เมื่อตกลงราคาและคนขายได้ยกตู้ใบนั้นมายังบ้านของฉัน ฉันค่อยๆ นำไม้กวาดเล็กๆ มาปัดกวาดทำความสะอาด ในซอกหลืบของลิ้นชักและด้านใต้ฉันได้พบเศษสร้อยแสตนเลสเส้นเล็กๆ และใบมีดโกนเก่าๆ ถูกสนิมจับจนเกรอะกรัง ฉันนำเศษสร้อยที่พบ มาแขวนไว้ในมือของหญิงสาวดินเผาของฉันและฝากฝังให้เธอดูแลมันตลอดไป

ฉันค่อยๆ สร้างงานและนำมาจัดวางไว้ในตู้เหล่านั้น โดยมีความฝันว่า เมื่อวันหนึ่งในบั้นปลายของชีวิต และวันหนึ่งเมื่อฉันจากโลกนี้ไปแล้วสิ่งของที่ฉันได้สร้างสมเอาไว้นั้น อาจเป็นแรงบันดาลใจอันสวยงามให้กับเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ หรือใครสักคนที่ได้มาพบเห็นสิ่งของเหล่านี้

และได้จดจำมันไว้ในหัวใจนานเท่านาน เหมือนกับที่ฉันได้เคยเห็นและจดจำหุ่นกระบอกในบ้านไม้ริมน้ำหลังนั้น…

ในยามค่ำคืน..ขณะที่ฉันนั่งมองไปในกระจกเก่าๆ ของตู้กึ่งโต๊ะเครื่องแป้งใบเก่าสีหวานนั้น ได้สะท้อนเงาอันมีรอยยิ้มของตัวเองอย่างมีความสุข..ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว ก็คงเคยมีหญิงสาวผู้ใส่ใจในความงามได้เคยมองเข้าไปในกระจกบานนี้เช่นเดียวกันกับฉันในคืนนี้..

และท่ามกลางความสงบเงียบของป่าดอกไม้อันร่มและหอม..บ้าน..และงานทั้งหมดของฉันที่อยู่ในตู้เก่าเหล่านี้ จะได้ให้ความสุขและความฝัน อย่างประหลาดกับผู้คนที่ได้มาพบและเห็นมัน…

นั่นเป็นความฝันของฉัน…

ถ่ายภาพโดย : มณีดิน

รู้จัก… องุ่น เกณิกา สุขเกษม

จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยสยาม เคยทำงานเป็นสาวแบงค์ นาน 7 ปี

ปี 2540 เป็นต้นมา หันมาจับเศษดินปั้นเป็นหญิงสาวมากจริต จนได้รับการยอมรับ และรู้จักในฐานะประติมากรหญิงผู้ไม่เคยผ่านการเรียนศิลปะจากรั้วสถาบันใด

ขณะนี้องุ่นใช้ชีวิตและทำงานประติมากรรม อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นของบ้านริมแม่น้ำน้อย จ.สิงห์บุรี

เป็นชีวิตที่สมถะ เรียบง่าย สบายๆ แม้ไม่ได้สบายด้วยวัตถุ ดังที่เธอเคยให้สัมภาษณ์ ART EYE VIEW เมื่อหลายปีก่อนว่า

“สบายด้วยอากาศ ด้วยต้นไม้ และมีอิสระ ทุกวันนี้ทำงานปั้นดิน และเผาเองทุกชิ้น ส่วนชิ้นไหนที่เห็นเหมาะเห็นชอบ ก็จะนำไปหล่อที่โรงหล่อ

รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากเลย เวลาที่ทำงาน เพราะอะไรที่มันเป็นชีวิตเรา เป็นความรู้สึกนึกคิดของเรา พอได้ทำเป็นงานออกมาแล้วมีความสุข

ถ้าช่วงไหนไม่ได้ทำงานปั้น มันเหมือนชีวิตเราหมดคุณค่า และอัดอั้น เพราะเรามีความรู้สึกที่ต้องระบายออกมา”

ติดตาม คอลัมน์ : เรื่องเล่าในเงาดิน โดย : องุ่น เกณิกา สุขเกษม ได้ทุกอาทิตย์ ทาง ART EYE VIEW

ส่งข่าวสารงานศิลปะร่วมสมัย มาได้ที่ ข่าว ART EYE VIEW ของ www.astvmanager.com และ ART EYE VIEW เซกชัน Lite ในหนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ Email: thinksea@hotmail.com

และคลิกเป็น แฟนเพจ ได้ที่ http://www.facebook.com/arteyeviewnews

Comments are closed.

Pin It