Advice

ไม่ต้องเสี่ยงฉีด! เลเซอร์ใหม่สดซิงแซ่บ ทดแทนฟิลเลอร์ เติมเต็มหน้าเด้ง

Pinterest LinkedIn Tumblr

By Lady Manager

ช่วงหลังมานี้ เกิดกระแสขยาดกลัวการฉีดฟิลเลอร์ หลังจากข่าวคนอยากสาวแต่ซวย เจอหมอกระเป๋าฉีดสารแปลกปลอมเติมบั้นท้ายแล้วช็อค ถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด

ทว่าในทางวิทยาศาตร์ความงามก็คิดค้นไม่หยุดยั้ง เกิด เทคโนโลยี Fractional RF Needle: Deep Hya ที่มีสรรพคุณกระตุ้นองค์ประกอบหลักของผิวถึง 3 ส่วน

เจ้าเลเซอร์ใหม่สดซิงแซ่บตัวนี้ทำงานยังไง ให้ประโยชน์ยังไง เหมาะไม่เหมาะ และเกิดผลข้างเคียงยังไง ไปถามหมอกูรูกันค่ะ

กรดไฮยาลูโรนิค คอยพยุงอุ้มคอลลาเจน อีลาสติน

“ความเสื่อมในชั้นผิวหนังแท้เป็นเหตุหลักที่ทำให้เกิดริ้วรอย” คุณหมอเจ้าแม่ความงาม พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ จาก Apex Profound Beauty อธิบายต่อว่า

“หลักๆ ในชั้นนี้ก็จะเป็นคอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic Acid หรือ HA)
ปกติพอพูดถึงริ้วรอย ความหย่อนยาน หมองคล้ำของผิว หรือผิวที่ขาดความชุ่มชื้น ก็มักจะนึกถึงแต่คอลลาเจน และอีลาสตินเท่านั้น ซึ่งก็ถูกต้อง แต่ไม่ทั้งหมด เพราะที่จริงแล้วคอลลาเจนกับอีลาสตินเป็นส่วนประกอบในผิวหนังคนเราไม่ถึง 20%

ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกรดไฮยาลูโรนิค ทั้งๆ ที่ในผิวหนังคนเราประกอบไปด้วยกรดไฮยาฯ ถึง 80% มีส่วนสำคัญในการสร้างความเปล่งปลั่ง สดใส ชุ่มชื้น มีชีวิตชีวา ให้กับผิวอย่างแท้จริง”

กรดไฮยาลูโรนิคเป็นสารแขวนลอย ทำหน้าที่คอยยึดจับโปรตีนคอลลาเจนเข้าไว้ด้วยกัน ถ้าหากมีกรดไฮยาฯ สมบูรณ์ มันจะช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื้นได้มากกว่า ทำให้ผิวหนังดูแน่น เนียน และชุ่มชื้น เปรียบเหมือนกับวุ้นที่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแขวนลอยอยู่บนตัวมัน คอยพยุงอุ้มคอลลาเจน และอีลาสตินไว้ เจ้าวุ้นเหล่านี้จะกระจายตัวอยู่ทั่วไปหมดบนผิวหนังของเรา

ถ้าวุ้นเหล่านี้แข็งแรงดี ใส ยืดหยุ่นดี อมน้ำได้ดี ก็จะพยุงคอลลาเจนได้ดี สะท้อนสีของคอลลาเจนได้ดี ผิวก็จะดูแน่น เรียบเนียน ชุ่มชื้น เปล่งประกาย

ทางตรงกันข้าม ถ้าวุ้นเหล่านี้ไม่แข็งแรง อีลาสตินก็จะแข็ง ไม่ยืดหยุ่นไปด้วย ผลที่แสดงออกมาก็คือ ผิวไม่เรียบเนียนและมีริ้วรอย หยาบกร้าน ผิวดูซีดๆ ไม่มีชีวิตชีวา ไม่สดใส เปล่งปลั่ง

คุณหมอนันทภัทร์ กล่าวว่า เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ตั้งแต่ 30 – 40 ปีขึ้นไป การผลิตกรดไฮยาฯ ตามธรรมชาติก็จะลดน้อยลง

“ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้น ผิวแห้งขึ้น และขาดความยืดหยุ่น สิ่งที่จะตามมาก็คือ ริ้วรอยที่จะเพิ่มมากขึ้น คนที่สูบบุหรี่ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือทำเลเซอร์บ่อย ตากแดดประจำ เหล่านี้เป็นตัวเร่งให้กรดไฮยาฯ เสื่อมก่อน การแก้ไขก็ทำได้โดยการเติมสารไฮยาฯ ให้กับผิวโดยตรง”

กระแสฟิลเลอร์ไฮยาฯ ตก คิดกระตุ้นไฮยาฯ ธรรมชาติ

“กระแสในช่วงนี้ ผู้คนก็จะกลัวเรื่องการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย” คุณหมอนันทภัทร์ กล่าวถึงที่มาของแรงบันดาลใจคิดค้นวิธีการกระตุ้นเจ้ากรดไฮยาฯ ธรรมชาติ

“สารฟิลเลอร์ที่ใช้กันอยู่ในตลาดหลักๆ ก็คือ กรดไฮยาลูโรนิค แอซิด ซึ่งก็หน้าตาเหมือนกับกรดไฮยารูโลนิคในร่างกายเราแหล่ะ แต่ว่ามันเป็นสารสังเคราะห์ มันจะสลายไปเองตามธรรมชาติตามอายุของแต่ละโพรดักต์ที่เค้าผลิตมา

ทีนี้ด้วยความกลัวและผลข้างเคียงจากการใช้สิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย คนก็พยายามหาวิธีช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างหรือซ่อมแทรมกรดไฮยาฯ ที่มีอยู่ในร่างกายของเรา”

ขณะเดียวกันเลเซอร์โดยทั่วไปสมัยก่อนก็มีแต่เลเซอร์ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเพียงส่วนเดียวที่ช่วยในการซ่อมแทรมผิวหนังชั้นลึก โดยละเลยส่วนของไฮยาฯ

เทคโนโลยีเลเซอร์ Fractional RF Needle: Deep Hya จึงเกิดขึ้น เพื่อกระตุ้นการสร้างไฮยาฯ ของเรานั่นเอง

Deep Hya สร้างซ่อม 3 เพื่อนซี้-คอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาฯ

ส่งพลังงาน RF หรือคลื่นวิทยุความถี่สูง ลงไปกระตุ้นองค์ประกอบสำคัญของผิวทั้ง 3 ส่วน อันได้แก่ คอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาฯ ที่ถือเป็นเพื่อนซี้โปรตีนสำคัญของชั้นผิวหนังไปในคราวเดียวกัน

“จุดเด่นของเครื่องมือชิ้นนี้คือ มันจะส่งพลังงานเป็นระยะๆ ในอุณหภูมิคงที่ ด้วยเข็มนาโนที่ออกแบบพิเศษ ทำให้พลังงานลงสู่คอลลาเจน และอีลาสตินที่เราต้องการฟื้นฟูโดยตรง ไม่เกิดการสูญเสียพลังงานไประหว่างชั้นผิว และไม่ทำลายเซลล์ผิวส่วนอื่นๆ ซึ่งรวมถึงกรดไฮยาลูโรนิคที่คอลลาเจนและอีลาสตินแขวนลอยอยู่ ทำให้เกิดการฟื้นฟู คอลลาเจน เส้นใยอีลาสตินและไฮยาลูโรนิคไปพร้อมๆ กัน” คุณหมอนันทภัทร์ เล่าการทำงานของเลเซอร์ตัวนี้

“เราจะให้คนไข้ทายาชาก่อนประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชม. แล้วหมอจะใช้ตัวเครื่องที่มีหน้าตาคล้ายกับตรายาง มีเข็มเล็กๆ อยู่ข้างใน เวลาวางบนผิวคนไข้ คลื่นวิทยุก็จะส่งผ่านลงไปใต้ชั้นผิวหนัง”

เชื่อว่าคำถามในใจใครหลายคนที่อ่านถึงบรรทัดนี้คือ แล้วเจ็บมั้ยอ่ะ

“ไม่เจ็บ หลังจากใบหน้าจะแดงนิดหน่อย บวมนิดหน่อยประมาณ 1-3 วัน คนไข้สามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมได้ตามปกติ” คุณหมอยังเตือนถึงกลุ่มบุคคลที่ไม่ควรทำเลเซอร์ชนิดนี้

“ห้ามทำในกรณีผิวหน้าคนไข้ที่จะทำ มีการอักเสบ หรือมีผื่นแพ้ หรือมีการติดเชื้ออยู่

รวมทั้งคนที่มีโลหะอยู่ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการใส่ชุดกระตุ้นหัวใจ หรือว่ามีการใช้ไหมทองคำใต้ผิวหนัง ทั้งในบริเวณใบหน้าหรือบริเวณตัว”

นอกจากนี้ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกๆ ครั้งว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้าง เพราะอาจมีผลต่อการรักษา

“คนที่เคยเป็นเริมมาก่อน อาจเกิดผลข้างเคียงมีจุดแดงเล็กๆ ดังนั้นควรแจ้งกับแพทย์ก่อนทำการรักษา ซึ่งแพทย์อาจให้ยารับประทานเพื่อควบคุมเริมเอาไว้ เพราะคลื่นวิทยุความถี่สูงอาจไปกระตุ้นให้เริมมีการพัฒนา และขยายการเจริญเติบโตขึ้นได้

ควรทำเดือนละครั้ง และควรทำต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ครั้ง จริงๆ อายุผิวเราแก่ขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้นหลังการรักษาแล้ว การดูแลอย่างต่อเนื่องก็สำคัญ คือ ไม่จำเป็นต้องถี่ทุกเดือนเหมือนช่วงแรกที่รักษา อาจเว้นช่วง 3-4 เดือนทำสักครั้ง ให้มีการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวชั้นนั้น”

และเมื่อ 3 เพื่อนซี้กลับมาสวยสมบูรณ์ ผิวก็กลับมาเรียบเนียน อวบอิ่ม มีน้ำมีนวล เปล่งประกาย ดูดี มีราศี
 

>> อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net
 

Comments are closed.

Pin It