Advice

กฎเหล็กของผู้หญิง ถ้าริจะเที่ยวคนเดียว

Pinterest LinkedIn Tumblr

ฺBy Lady Manager

การจะเที่ยวคนเดียว โดยเฉพาะหากเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว มันดูน่ากลัว และทุกคนจะคิดว่าทริปนี้นางรอดไหม!

แต่ มิ้นท์ – มณฑล กสานติกุล ผู้หญิงที่เที่ยวรอบโลกคนเดียวมาแล้วกว่า 50 ประเทศแถมยังเป็นเส้นทางและประเทศสุดโหด จะมาเล่าให้เราฟังว่า ไม่มีอะไรน่ากลัว หากเรายึด 15 กฎเหล็กนี้ไว้ ท่องจำให้ขึ้นใจ

ข้อแรก : มี “สติ” ตลอดทริป

“สำคัญมากคือต้องมีสติ เดินไปไหนต้องคอยมองคน หรือมองสถานการณ์ที่อยู่รอบตัวเรา ต้องดูด้วยว่าของเราอยู่ที่ไหน ขณะเราถ่ายรูปอยู่ แต่ของเราอยู่ที่ไหน ทุกอย่างต้องอาศัยสติ ถนนเส้นนี้เดินปุ้บ ไม่ใช่มัวแต่นั่งเช็กรูป ขณะเดินเข้าไปในถนนสายเปลี่ยว อย่าฟังเพลงเวลาเดิน จะได้ยินว่ารอบข้างเราเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะเราอยู่คนเดียว ไม่มีใครมาช่วยเรา ต้องมีสติมาก ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม

และเราต้องมีสัญชาติญาณเชื่อตัวเอง มันมีหลายสถานการณ์ที่เราจะตัดสินไม่ได้ว่า ไปดีไหม ไม่ไปดีไหม ให้ฟังความคิดแว้บแรกที่เข้ามา ว่าเรารู้สึก อย่างไรกับสถานการณ์นั้น ยังไม่ต้องใช้เหตุผล เอาสัญชาติญาณก่อน รู้สึกว่าไม่เวิร์ค ไม่ต้องไป ส่วนใหญ่จะทำแบบนั้น

ข้อสอง : บอกครอบครัว ว่าเราจะไปหลืบไหนของโลก

ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง มิ้นท์จะอีเมลตั๋วเครื่องบิน ที่พักที่จองไว้ และแผนการเที่ยวคร่าวๆไปให้คุณพ่อ อันนี้จำเป็นมาก เพราะเผื่อเกิดอะไรขึ้นกับเรา หรือเราขาดการติดต่อไป ทางบ้านจะได้รู้ว่าควรจะเริ่มตามหาเราจากมุมไหนของโลก

ข้อสาม : อย่าเมาเละเทะ

อย่างไปอยู่โฮสเทลเจอคนเยอะๆ เขาชวนดื่มเบียร์เราก็ดื่มแต่ห้ามเมา คือ ความแตกต่างระหว่างดื่มเบียร์ขวดเดียวกับ 2 ขวด ก็ต่างกันแล้ว เพราะมิ้นท์เคยเห็นผู้หญิงเมาแล้วมันน่ากลัว เขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย โดนผู้ชายฉวยโอกาส มิ้นท์จะเห็นบ่อย เราจึงรู้สึกว่า ไม่ควรเมา
ยิ่งเราไปคนเดียวเรายิ่งไม่ควรเมา เราไม่รู้ว่าเราไว้ใจคนที่อยู่โฮสเทลเดียวกับเราได้ไหม  

ข้อสี่ : โฮสเทลปลอดภัยกว่าโรงแรม

มิ้นท์จะบอกว่า นอนโฮสเทลมันปลอดภัยนะ เพราะ 1 ห้อง มี 20 เตียง เขาไม่ข่มขืนเราอยู่แล้ว ด้วยความที่นอนรวมกันหมดหากใครทำอะไรเราขึ้นมาก็จะมีคนเห็น

นอนโฮสเทลปลอดภัยมากกว่าการนอนโรงแรมอีกนะ เพราะหากเรานอนโรงแรมปุ้บ บ๋อย พนักงานโรงแรม จะเข้ามาห้องเราตอนไหนก็ไม่รู้ เราอยู่คนเดียวก็ซวยเลย แต่โฮสเทลนี่ 20 คน รีเซฟชั่นอยู่ข้างหน้าตลอด ในห้องรับแขกมีพวกเมากันอยู่ คือ มีคนตลอดเวลา ฉะนั้นมันปลอดภัย

ข้อห้า : อ่านรีวิวห้องพักให้มาก อย่างกเรื่องความปลอดภัย

ปกติเวลาเลือกห้องพักก็จะเลือกที่มีรีวิวดีมากๆ ด้วย มิ้นท์จะเลือกโฮสเทลจากเว็บไซต์ hostelworld ,Trip Advisor หรือ Booking เราก็อ่านรีวิว ว่าเขาพิมพ์ว่าอะไรบ้าง อยู่ใกล้สถานีรถไฟ รสบัส ไหม อยู่ในย่านที่ดีหรือไม่ อันนี้มาจากการอ่านรีวิวเลย เพราะส่วนใหญ่ถ้าเป็นโฮศเทลไม่ดีคนจะมาพิมพ์ต่อว่า เพราะโมโห จึงแสดงความคิดเห็นมากมาย เราก็จะรู้จากอันนี้


มิ้นท์จะอ่านรีวิวเยอะมากก่อนตัดสินใจว่า จะเลือกโฮสเทลไหน ปกติมิ้นท์เป็นคนเดินทางประหยัด แต่เพื่อความปลอดภัยจะยอมจ่าย ไม่ประหยัด เพราะความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับ 1

ข้อหก : ล็อกเกอร์ในห้องพักต้องมี

ล็อกเกอร์เป็นสิ่งสำคัญมาก เช่นจะมีที่พักที่ราคาถูกกว่านิดนึง เช่นถูกกว่า 2 ดอลลาร์แต่ไม่มีล็อกเกอร์ แต่หากจ่ายเพิ่มอีก 2 ดอลลาร์ แล้วมีล็อกเกอร์เพื่อเก็บของสำคัญจะดีกว่า 

เวลามิ้นท์เดินทางจะมีแม่กุญแจติดตัวอยู่ตลอด 2-3 อัน หลายไซส์ เพราะบางที่พักไม่มีกุญแจให้ เราก็จะมีกุญแจของเราเอง เพราะเราต้องใช้ใส่พาสปอร์ต หรือของสำคัญ เคยมีเหมือนกันหลายคนที่เจอ ไปพักโฮสเทลแล้วพาสปอร์ตหาย แต่มิ้นท์ไม่เคยหายเลย เพราะระวังเรื่องนี้มาก พาสสปอร์ตหายไม่ได้

ข้อเจ็ด : ครีมกันแดด

ครีมกันแดดสำหรับมิ้นท์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเดินตากแดดเยอะ บางคนถามว่า มิ้นท์ลุยขนาดนี้ทำไมทาครีมกันแดด มิ้นท์ก็บอกว่า ก็ชั้นไม่อยากเป็นมะเร็งผิวหนัง หรือหน้าเป็นกระอ่ะ

ปกติไม่ทานะ แต่หากไปเดินป่าต้องทาเลย เพราะเราอยู่กลางแดดเป็นชั่วโมง จำเป็นต้องทาครีมกันแดดทุก 2 ชั่วโมง เป็นของที่ขาดไม่ได้ เพราะเดินป่าแป้บเดียวเหงื่อก็ออก ครีมกันแดดที่ทาไปก็หายไปหมดแล้ว จึงต้องทาซ้ำ หน้าหรือตัวจะเหนียวขาววอกก็ช่างมันเพราะดีกว่าเป็นมะเร็งผิวหนัง

ข้อแปด : เสื้อผ้าต้องพร้อม ไม่ต้องพกเผื่อเลือก

เราต้องนำเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยยับไป เสื้อที่ไม่ต้องอาศัยการรีด เพราะเราต้องยัดใส่เป้มันจะยับอยู่แล้ว เสื้อกล้าม เสื้อยืด 2-3 ตัว กางเกงขาสั้น 2 ตัว กางเกงขายาว 1 ตัว อุปกรณ์การเดินป่า เสื้อหนาว เพราะมิ้นท์เดินทาง 8 เดือน จะเจอทุกสภาพอากาศ เราก็ต้องดูว่าเราไปไหน เช็กสภาพภูมิอากาศ อย่างเราเดินทางเยอะ รู้ว่าที่นี่หนาวเราก็จะมีเสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน

กางเกงยีนส์ควรนำไป 1 ตัวเท่านั้นไม่ต้องเอาไปเผื่อเลือก เพราะหนัก เปียกน้ำก็เละ แห้งยาก แต่ควรจะนำไป 1 ตัว ใช้ใส่ช่วงที่อาจจะต้องเป็นทางการหน่อย หรือต้องออกไปสังสรรค์ ร้านอาหารที่ต้องแต่งตัวดี อย่างน้อยเราก็มียีนส์ เผื่อไว้เพราะเวลาเราเดินทางเราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ปกติก็ใส่กางเกงขาสั้น หรือกางเกงเดินป่า หลวมๆ เวลาเดินทางจะได้ไม่อึดอัด


ส่วนชุดชั้นในก็ใส่ซ้ำ มีชุดสะอาดกับชุดสกปรก ชุดสะอาดก็เอาไว้ใส่ตอนนอน ชุดสกปรกก็ไว้ใส่ตอนเดินป่า และเผื่อถุงเท้าแห้งไว้ด้วย


รองเท้าเดินป่าจำเป็นมากนะคะ หากป็นคนเดินชอบเดินป่า รองเท้าเป็นสิ่งสำคัญ มิ้นท์ใช้ The North Face ใช้มาตลอด ใช้แต่ยี่ห้อนี้ ตอนแรกซึ้อมาคู่หนึ่ง เราก็คิดว่ารองเท้าเดินป่าก็คงเหมือนๆกันแหล่ะ แต่เราก็ไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลย เพราะตอนแรกเราไม่เคยเดินป่ามาก่อน ก็เลยไม่รู้ว่ารองเท้าเดินป่ามีปัญหาได้ด้วย

จนกระทั่งได้ไปเดินป่าที่เปรู 4 วัน เพื่อนที่เดินป่าไปด้วยกันซึ่งไปเจอกันแถวนั้น น้ำเข้ารองเท้าเละเทะ เพราะต้องเดินข้ามลำธาร แต่รองเท้าของเราแห้งสนิท ของเพื่อนนี่ต้องใส่ถุงพลาสติกลงไปในรองเท้าเลย เพราะมันเปียกมาก และการเดินป่า ถ้าเท้าเปียกมันคือสิ่งที่แย่ที่สุดเลยนะ

ข้อเก้า : คำนวณประจำเดือน

มิ้นท์จะคำนวณประจำเดือนไว้เลย ว่าจะมีช่วงไหน ช่วงนี้เราจะต้องทำกิจกรรมในเมือง เป็นประจำเดือนได้ แต่หากไปเดินป่าจะเป็นไม่ได้นะ คือก่อนมิ้นท์ไปเที่ยว 8 เดือน จะวางแผนประจำเดือนไว้เลย มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก นึกสภาพสิคะ เราไปแอนตาร์กติกา จ่ายเงินไป 3 แสนบาท แต่เป็นเมนส์ ปวดท้องมันไม่ได้นะ

หากไม่เป็นประจำเดือนมิ้นท์ก็จะใส่แผ่นผ้าอนามัยตลอด เพราะเราเข้าป่าไป 4 วัน ห้องน้ำก็ไม่มี ซักอะไรไม่ได้เลย ก็ใช้แผ่นผ้าอนามัยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ข้อสิบ : ทิชชู่เปียก

สำคัญมากๆเลยค่ะ คือ ทิชชู่เปียก(wet wipe) เพราะใช้ทั้งอาบน้ำ เข้าห้องน้ำ เช็ดมือก่อนกินข้าว เช็ดแผลเวลาหกล้มหน้าขมำ เช็ดๆไม่ว่าจะป่าไหน เดินนานแค่ไหน ไม่มีน้ำไม่มีไฟ ก็จะรอดถ้ามีทิชชู่เปียก

เพราะเวลาเดินป่าไม่มีน้ำอยู่แล้ว ก็ใช้กระดาษเปียกเช็ดหน้า ส่วนผม…ไม่สระ เพราะเราไปเดินป่า 8 วัน ไม่มีน้ำให้สระอยู่แล้ว ถักเปียและมัดเก็บผมเอาไว้เลย เราจะได้ไม่ต้องจับผม

ข้อสิบเอ็ด : ชีวิตเดินทางขาด MAPS.ME ไม่ได้

มิ้นท์เป็นคนหลงทางตลอด เราต้องมี Maps With Me เป็นแอพพลิเคชั่นแผนที่มิ้นท์อยากจะสรรเสริญให้ทุกคนได้ใช้กัน เพราะเป็นแอพฯ ที่ดีมาก และเป็นออฟไลน์ด้วย เราไปถึงประเทศไหน เราดาวน์โหลดแผนที่ประเทศเขามาก่อน เราจ่ายเงินครั้งเดียวนะคะ

มิ้นท์ไปหลงป่าที่สวีเดน เดินป่า 8 วัน ใจเปรี้ยวไปคนเดียว แล้วก็หลง เปิดมือถือขึ้นมา มันมีแผนที่ให้ ว่า นี่คือซัมเมอร์เทล แกอยู่บนวินเทอร์เทล แกกำลังหลงทาง เป็นแอพฯ ที่ดีมาก มิ้นท์มีชีวิตอยู่โดยขาดแอพฯ นี้ไม่ได้เวลาเดินทางมันดีจริงๆ สำหรับคนที่หลงทาง

ข้อสิบสอง : เครื่องส่งเสียง

อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เวลาเดินทางคนเดียว คือ เครื่องส่งเสียง (Personal Alarm) เครื่องที่ว่านี้เวลาดึงสลักออก มันจะส่งเสียงร้องดังลั่นไม่หยุดจนกว่าจะใส่สลักกลับเข้าที่ สิ่งนี้เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินเวลามีคนเข้ามาทำร้าย เป้าหมายคือให้คนร้ายตกใจแล้ววิ่งหนีไป หรือไม่ก็เพื่อใช้เรียกความสนใจจากคนที่อยู่ใกล้ๆให้เข้ามาช่วย

ข้อสิบสาม : อย่าถึงที่หมายตอนกลางคืน

จะซื้อตั๋วเครื่องบิน รสบัส รถไฟ อย่างไรก็ได้ ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ เวลาที่ไปถึงจุดหมายควรจะต้องเป็นเวลาที่มีแสงแดด!

เพราะมันง่ายและปลอดภัยกว่า รถไฟใต้ดิน รถประจำทางทุกอย่างยังเปิดให้บริการ คนยังเดินพลุกพล่าน มีร้านค้าให้เราเข้าไปถามทางได้

แต่ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆและต้องเดินทางไปถึงตอนกลางคืน ก็จะติดต่อกับที่พักไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เขามารับ หรือไม่ก็ให้เขาโทรเรียกแท๊กซี่มาให้ มิ้นท์ไม่ค่อยเสี่ยงขึ้นแท็กซี่พเนจรเท่าไหร่ ยิ่งอยู่ต่างถิ่นและเดินทางคนเดียวด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่


วิธีนี้อาจจะแพงนิดหน่อยแต่ปลอดภัยกว่า ลองนึกดูว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวเดินเตร็ดเตร่แบกกระเป๋าหน้างงๆ ถือแผนที่คนเดียวตอนกลางคืน คงไม่ดีแน่ๆ

ข้อสิบสี่: มนุษยสัมพันธ์ต้องเป็นเลิศ

บางคนเดินทางแล้วไม่ชอบคุยกับใคร ไปอยู่กับตัวเองก็มี แต่พอมิ้นท์เดินทางมานานปุ้บ มิ้นท์ต้องการการพูดคุย เพราะมันเหงา จึงพยายามชวนคนนู้นคนนี้คุย สมัยก่อนมิ้นท์เป็นคุนมนุษยสัมพันธ์ไม่ดีเลย เป็นคนไม่คุยกับใคร ทุกคนจะคิดว่าหยิ่ง แต่จริงๆ คือขี้อาย จึงไม่กล้าคุยกับใคร จนเริ่มมาเดินทางคนเดียวเลยเริ่มคุยมากขึ้น

เดี๋ยวนี้จึงกลายเป็นว่า พอถึงโฮสเทลปุ้บ เดินเข้าไป 1 ห้องนอน 20 คน เราก็จะสวัสดี เป็นไงบ้าง เราหิวข้าว ใครไปกินข้าวกับเราบ้างไหม เดี๋ยวนี้เป็นแบบนี้ เฮ้ย เธอไปกินข้าวกับเราป่าว เจอใครก็ทักไปหมด


ไม่อย่างนั้นก็ซื้อของมาทำกินเองในครัว จากประสบการณ์ตัวเอง ในครัวเป็นพื้นที่ๆเราชวนคนอื่นคุยได้ง่ายที่สุด


ข้อสุดท้าย : เตรียมเผชิญกับความเหงา


ดังนั้นควรพกหนังสือ และเพลง ไปด้วยเพื่อคลายความเหงา เตรียมใจไว้ได้เลยว่ามันต้องมีช่วงเวลาเหงาๆ โดยเฉพาะเวลาที่นั่งอยู่ที่ร้านอาหาร หรือร้านกาแฟ แล้วรอบตัวก็มีแต่กลุ่มเพื่อนหรือคู่รัก

วิธีแก้เหงา คือ พยายามหาเพื่อน โดยการพกพารอยยิ้มไว้บนใบหน้าเสมอ และต้องกล้าชวนคนแปลกหน้าพูดคุย ต้องเลือกคนด้วย ถ้าหน้าตาน่ากลัวก็มองผ่านไป ต้องเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง


และที่สำคัญที่สุด คือ อย่าปล่อยให้ความเหงามันอยู่กับเรานานเกินไป เพราะมันจะทำหมดสนุกในการเที่ยวคนเดียวซะหมดนะคะ” มิ้นท์ – มณฑล กล่าวปิดท้าย

ลิกอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง หญิงไทยเที่ยวคนเดียวรอบโลก “มิ้นท์-มณฑล” เธอทำได้ยังไง ?

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก IRoamAlone
* ช่วยคลิก Like ด้วยนะคะ เพื่อเป็นแฟนเพจ Lady Manager รับข่าวสารแซ่บๆ ของผู้หญิงในแวดวงสุขภาพความงาม แฟชั่น และความสัมพันธ์ (**)

->พิเศษสำหรับแฟนเพจ! ส่งความสวย เตรียมรับปี58 เชิญทำทรีตเมนต์ฟรี ประเดิมด้วยโปรแกรมล้างพิษผม “Hair Reform”เพียงร่วมสนุกง่ายๆ เริ่มแล้ว 3-16 พย.ศกนี้

 

>> อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net
 

Comments are closed.

Pin It