Advice

วิธีคุมกำเนิดสุดแปลกในอดีต/Dr.DEN Sexociety

Pinterest LinkedIn Tumblr

คอลัมน์ Sexociety โดย Dr.DEN

ยังมี วิธีคุมกำเนิด แบบแปลกๆ ในประวัติศาสตร์ครับ

6. แทมพอนชุ่มน้ำ

เราเคยคิดกันว่าแทมพอน (ผ้าอนามัยแบบสอด) เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้เช่นเดียวกับถุงยางอนามัย แต่การใช้พวกมันเกิดขึ้นมาแล้วหลายพันปีในทุกส่วนของโลก ในขณะที่การใช้โดยทั่วไปนั้นเพื่อเป็นการดูดซับเลือดประจำเดือน

แต่แทมพอนก็ยังถูกใช้เป็นเครื่องคุมกำเนิดรูปแบบหนึ่ง จุ่มมันลงในน้ำผลไม้ เช่น น้ำมะนาว ให้ชุ่มโชก ก็เชื่อกันว่าแทมพอนเหล่านี้จะปิดกั้นตัวอสุจิและบางครั้งก็ฆ่ามันด้วย

แทมพอนยุคต้นๆโดยทั่วไปทำจากขนสัตว์หรือกระดาษปาปิรัส และในประเทศจีนพวกมันทำจากไหม ซึ่งก็ไม่แตกต่างมากนักกับแทมพอนถักโครเชต์ที่กำลังถูกผลิต และขายกันทางเว็บไซต์ในปัจจุบัน

7. ลำไส้และกระเพาะสัตว์

ก่อนที่จะมีถุงยางอนามัย ผู้ชายและผู้หญิงต้องใช้สิ่งที่พอจะหาได้ใกล้มือเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์และกามโรค ซึ่งก็รวมถึงการใช้ลำไส้และกระเพาะสัตว์ มันอาจดูน่าแปลกใจที่ได้รู้ว่าปลอกอวัยวะเพศเคยถูกใช้มาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว แต่หลักฐานการใช้พวกมันมีอยู่มากมาย เอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรที่ถูกเขียนถึงปลอกอวัยวะเพศครั้งแรกมาจากตำนานกรีกของกษัตริย์มินอส(ประมาณ 3,000ปีก่อน ค.ศ.)

ในมหากาพย์อิเลียดของโฮเมอร์นั้น เชื่อกันว่ากษัตริย์มินอสมี “งูและแมงป่อง” อยู่ในน้ำอสุจิของพระองค์ และเพื่อหลีกเลี่ยงการฆ่ามเหสีองค์ใหม่ มินอสจึงสอดกระเพาะแพะเข้าไปในอวัยะเพศของมเหสีก่อนที่จะมีเซ็กซ์กับพระนาง นอกจากจะช่วยป้องกันมิให้พระนางตั้งครรภ์แล้ว มันยังช่วยป้องกันเชื้อกามโรคที่จะถูกส่งออกมาจากอวัยวะเพศของกษัตริย์มินอสอีกด้วย

พอถึงยุคโรมมันโบราณ ปลอกองคชาตก็ถูกใช้เพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองการระบาดของกามโรค ปลอดองคชาตถูกทำจากกระเพาะแกะและแพะ เช่นเดียวกับลำไส้ของพวกมัน มีเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับการใช้ปลอกของชาวโรมันว่า พวกเขาอาจใช้เยื่อกล้ามเนื้อของคนที่พวกเขาฆ่าในสงครามมาทำเป็นปลอก

ในขณะที่ไม่มีหลักฐานอันหนักแน่นพอที่จะสนับสนุนการใช้ปลอกที่ทำจากเอ็นของคนตาย แต่การทำทารุณต่อเชลยศึกในยุคนั้น มันก็รุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย

8. เยี่ยวหมาป่า

คนในยุคกลางมีแนวคิดที่แปลกประหลาดมากเมื่อมาถึงเรื่องของเวชภัณฑ์ การปฏิบัติทางการแพทย์ของพวกเขาส่วนใหญ่มักเป็นรูปแบบของไสยศาสตร์

รูปแบบที่ประหลาดมากอย่างหนึ่งของการคุมกำเนิดในยุคกลางนั้น เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนหนึ่งที่จะต้องออกไปนอกบ้านหลังจากมีเซ็กซ์ และปัสสาวะในที่ๆ หมาป่าตัวเมียได้ฉี่ไว้แล้ว

อีกวิธีหนึ่งก็คือ ให้ผู้หญิงเดินวนรอบจุดที่หมาป่าตั้งท้องตัวหนึ่งได้ฉี่ไว้ และพร้อมกันนั้นเธอก็ต้องท่องคาถาไปด้วย

สิ่งที่ประหลาดที่สุดเกี่ยวกับพิธีกรรมในการคุมกำเนิดแบบโบราณนี้ก็คือ ยาเม็ดคุมกำเนิดในสมัยใหม่ผลิตขึ้นจากเอสโตรเจนที่ถูกสกัดจากปัสสาวะของม้าที่ตั้งครรภ์ ในทศวรรษที่ 1930 มีการเก็บปัสสาวะม้าที่ตั้งท้องซึ่งถูกปล่อยออกมาจากร่างของม้าเพศเมียตัวนั้น

งานนี้ต้องการคนที่แคล่วคล่องว่องไวคนหนึ่ง ซึ่งสามารถเฝ้าดูม้าเพศเมียหลายตัวในเวลาเดียวกัน แล้ววิ่งถือถังไปรองฉี่ในทันทีที่มันพุ่งออกจากร่างของม้าตัวเมียเหล่านั้น

จากนั้นเยี่ยวม้าก็จะถูกขายเพื่อใช้เป็นยาคุมกำเนิดต่อไป

9.ไลซอล

น่าเศร้า ที่เราไม่ต้องขุดลึกลงไปในอดีตมากนักเพื่อค้นหาการคุมกำเนิดในรูปแบบแปลกๆ ในทศวรรษที่ 1900 ไลซอลถูกโฆษณาสำหรับผู้หญิงว่าเป็นยาสำหรับรักษา “ความประมาทในความใกล้ชิด” ซึ่งผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเผชิญอยู่

พูดอีกอย่าง โฆษณาของไลซอลเป็นการเสนอวิธีอัน “ปลอดภัย” สำหรับผู้หญิงในการควบคุมการเจริญพันธุ์ และ“สุขอนามัยเพศหญิง”ของพวกเธอ ในช่วงเวลาที่การคุมกำเนิดเป็นสิ่งผิดกฎหมายในสหรัฐฯ

หน้าเศร้าอีกครั้ง เมื่อไลซอลถูกใช้เป็นน้ำยาชะล้างช่องคลอด มันจึงทำให้เกิดความระคายเคืองและผิวหนังไหม้ภายในช่องคลอด ในปี 1911 มีผู้หญิงในสหรัฐฯจำนวน 193 คนที่บาดเจ็บจากสารพิษของไลซอล และ 5 คนเสียชีวิตเนื่องจากใช้ไลซอลเป็นน้ำยาชะล้างช่องคลอด

หมายเหตุ : ไลซอลเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคชนิดเข้มข้นที่ใช้สำหรับถูพื้นในโรงพยาบาล

10. ลูกไม้ของควีนแอนน์

ลูกไม้ของควีนแอนน์ซึ่งเป็นหญ้าชนิดหนึ่ง ถูกเก็บเกี่ยวจนเกือบสูญพันธุ์ในศตวรรษที่ 3 และ 4 ก่อนคริสต์ศักราช

ระหว่างช่วงเวลานั้น เมล็ดของหญ้าชนิดนี้ซึ่งถูกเรียกว่า แครอทป่า ถูกกินเป็นยาคุมกำเนิดในทันทีหลังจากเซ็กซ์ วิธีคุมกำเนิดชนิดนี้ไม่มีใครรับประกันว่าได้ผลหรือปลอดภัย แต่มันก็ยืนยงมาจนถึงยุคสมัยใหม่

ปัญหาใหญ่ที่สุดของผู้คนที่เก็บเมล็ดลูกไม้ของควีนแอนน์ก็คือ พืชชนิดนี้มีญาติใกล้ชิดเป็นเฮมล็อคพิษ ซึ่งสามารถทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิด ว่ามันเป็นเมล็ดลูกไม้ของควีนแอนน์ได้ง่ายๆ

และในขณะที่แฮมล็อคพิษเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป ว่าเป็นยาพิษที่โสเครติสใช้ฆ่าภรรยาของเขาแต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเฮมล็อคมีพิษขนาดไหน แค่สัมผัสกับยางของพืชชนิดนี้ ก็สามารถเกิดพิษอย่างร้ายแรงต่อร่ายกายได้
* ช่วยคลิก Like ด้วยนะคะ เพื่อเป็นแฟนเพจ Lady Manager รับข่าวสารแซ่บๆ ของผู้หญิงในแวดวงสุขภาพความงาม แฟชั่น และความสัมพันธ์ (**)

 

>>
อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่ 
 http://www.celeb-online.net
 

Comments are closed.

Pin It