Fashion

5 แบรนด์แฟชั่นชื่อแปลกดีไซน์ล้ำ โด่งดังระดับโลกแต่คนไทยไม่คุ้นหู!

Pinterest LinkedIn Tumblr


ในช่วงต้นปี ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม เป็นช่วงที่โลกแฟชั่นกำลังคึกคัก มีข่าวความเคลื่อนไหวมากมายไม่หยุดนิ่ง เพราะนี่เป็นช่วงเวลาแห่งการอัปเดตเทรนด์และเผยคอลเลกชันใหม่ๆ ที่จะมารองรับซีซันส์ ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ของปีนี้ และเป็นช่วงขบวนรถไฟแฟชั่นวีกพาเหรดต่อกันไป 4 เมืองใหญ่ ไล่มาตั้งแต่นิวยอร์ก ลอนดอน มิลาน และปารีส ลากยาวกันไปนานนับเดือน

แต่ละที่มีสารพัดแบรนด์ไปขึ้นโชว์บนรันเวย์ มีทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นหรูหราแบบโอต์กูตูร์ เรียบหรูแบบแบรนด์เนมดัง หรือจะเปรี้ยวจี๊ดแนวสตรีทแบรนด์ รวมแล้วเป็นร้อยแบรนด์ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่จะมีบางแบรนด์ที่แม้จะมีชื่อเสียงในโลกแฟชั่น เป็นที่นิยมและโด่งดังระดับโลก เป็นแบรนด์ดาวเด่นในแฟชั่นวีก แต่คนไทยอาจไม่เคยได้ยิน หรือไม่คุ้นหู วันนี้ เราจะพาคุณไปเปิดโลกแฟชั่น ทำความรู้จักกับแบรนด์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจและมีดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร

:: Stussy


สตรีทแวร์แบรนด์ดังจากอเมริกา เมื่อพูดถึงสตรีทแวร์ หลายคนอาจจะนึกถึง Off-White Supreme หรือ SuperDry ที่โด่งดังเป็นกระแสท่ามกลางหมู่ไอดอลในช่วงปีหลังๆ มานี้ แต่ถ้าจะให้ยกสตรีทแบรนด์ในตำนาน Stussy (สตูซี) ที่มีประวัติยาวนานกว่า 40 ปี


ชื่อแบรนด์และโลโก้ดีไซน์สวยสไตล์กราฟิตี มาจากผู้ริเริ่มแบรนด์ “ชอว์น สตูซี” หนุ่มชาวแคลิฟอร์เนีย ที่เริ่มต้นจากการผลิตเซิร์ฟบอร์ด แล้วจึงขยับขยายมาผลิตเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับต่างๆ สำหรับวัฒนธรรมกลุ่มย่อยอย่างพวกกลุ่มคนเล่นเสิร์ฟ เล่นสเก็ต และชาวฮิปฮอป และกลายมาเป็นเทรนด์แฟชั่นดังอย่างในปัจจุบันนี้ โดยสตูซีเป็นสตรีทแบรนด์ระดับบนที่วางขายในร้านระดับไฮเอนด์ มีลูกค้าเป็นคนดังระดับโลกมากมาย ตั้งแต่นักร้อง นางแบบ แร็ปเปอร์ นักกีฬา ดาราฮอลลีวูด ไปจนถึงไอดอลเกาหลี

:: Schiaparelli


ข้ามมาที่แบรนด์โอต์กูตูร์กันบ้าง ซีซันส์นี้ไม่มีแบรนด์ไหนจะมาแรงไปกว่า Schiaparelli (สเกียอาปาเรลลี) แบรนด์จากประเทศอิตาลีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 100 ปี ก่อตั้งโดย “เอลซ่า สเกียปาเรลลี” สาวสังคมอิตาลีคนโก้ตั้งแต่เมื่อปี 2470 เธอเป็นดีไซเนอร์ในยุคเดียวกับ โคโค่ ชาเนล เอลซ่ามีสไตล์การออกแบบที่โดดเด่นล้ำสมัย ถือเป็นหัวก้าวหน้าในยุคนั้น เธอได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อดังในยุค และออกแบบชุดแหวกแนวศิลปะเหนือจริง สไตล์เซอร์เรียล ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋ารูปทรงโทรศัพท์ บราเกาะอกรูปมือ ชุดโครงกระดูก สร้อยคอรูปเส้นเลือด ปอด ฯลฯ


ความเซอร์เรียลเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ทำให้ผลงานเสื้อผ้าแทบทุกชุดไม่เป็นเพียงแค่แฟชั่น แต่ยังประหนึ่งงานศิลปะบนเรือนร่างมนุษย์ แต่ละชุดของแบรนด์จึงสร้างความฮือฮาได้เสมอ และมักจะถูกคนดังทั้งหลาย เลือกสวมใส่เวลาออกงานสำคัญๆ ขึ้นเวที เดินพรมแดง งานประกาศรางวัลอยู่เสมอ

:: Ludovic de Saint Sernin


แบรนด์แฟชั่นที่โลโก้เหมือนบริษัทออกแบบ โฆษณา สถาปนิก เป็นแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายที่แม้จะค่อนข้างหน้าใหม่ แต่ทุกครั้งที่ขึ้นรันเวย์ก็สร้างความฮือฮาได้ตลอด สำหรับแบรนด์สัญชาติเบลเยี่ยมของ ดีไซเนอร์ “ลูโดวิค เดอ แซงต์ ซาร์นอง” ที่เคยผ่านงานกับแบรนด์ดังๆ มามากมาย ทั้ง Balmain, Saint Laurent ก่อนจะออกมาสร้างแบรนด์ชื่อตัวเอง


การออกแบบชุดสไตล์เป็นกลางทางเพศของเขา ถือเป็นการเปิดกว้างด้านดีไซน์ ทำให้ชุดชายหนุ่มดูมีความเย้ายวน และมีมิติที่หลากหลายขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์นี้จะกลายเป็นขวัญใจของเหล่า LGBTQ ทั้งผ้าโปร่งบาง ทรงจีบพริ้วไหว หรือลวดลายหลากสีสัน ช่วยเข้ามาสร้างความสนุกในการแต่งกายของชายหนุ่มยุคนี้ ที่ไม่ต้องการความเป็นแมนมากเกินไปได้อย่างตอบโจทย์

:: Giambattista Valli


มาถึงแบรนด์สำหรับผู้หญิงกันบ้าง สำหรับความสวย ความหวาน ความเยอะ ต้องยกให้กับแบรนด์นี้ “ฌัมบัตติสต้า วัลลี” แบรนด์อิตาลีที่โด่งดังด้านโอต์กูรูต์ แต่ก็มีเสื้อผ้าสไตล์เรดี้ทูแวร์เช่นกัน รวมทั้งยังเคยร่วมออกคอลเลกชันกับร้านค้าสุดแมส อย่าง H&M ที่มีเข้ามาวางขายและสร้างความฮือฮาในบ้านเราเมื่อ 3 ปีก่อนด้วย


แบรนด์ชื่อออกเสียงยากนี้ ตั้งตามชื่อของดีไซเนอร์ โดย “ฌัมบัตติสต้า” เป็นชาวอิตาลี แต่มาสร้างชื่อในฝรั่งเศส เขาเป็นดีไซเนอร์ชาวต่างชาติเพียงไม่กี่คน ที่ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมสหพันธ์ฝรั่งเศสเดอลากูรูต์ ซึ่งถือเป็นโอต์กูตูร์ขนานแท้ ความโดดเด่นของแบรนด์นี้อยู่ที่การปักเย็บ รายละเอียดของการผลิต รวมไปถึงความฟู่ฟ่อง ความเยอะ ที่ป่าวประกาศความหรูหราให้เห็นได้อย่างโดดเด่น

:: Dries Van Noten


ตรงกันข้ามกับความโอต์กูตูร์แบบสุด ต้องยกให้กับแบรนด์นี้ ที่สะท้อนถึงสไตล์ความเป็นตัวตนอันอิสระ ไม่ขึ้นกับใครและสถาบันไหนของ “ดรีส ฟาน โนเทน” แบรนด์ของดีไซเนอร์ชาวเบลเยี่ยม ที่เกิดและเติบโตในครอบครัวนักออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้ามาถึง 3 รุ่น จึงไม่น่าแปลกใจที่ฝีมือเขาจะจัดจ้าน และมีเทคนิคการตัดเย็บและแพตเทิร์นที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เขาคว้ารางวัลดีไซเนอร์ระดับโลกมาแล้วมากมาย เขาสร้างชื่อเสียงให้วงการแฟชั่นเบลเยี่ยมมานานเกือบ 30 ปี จนกระทั่ง ได้รับการเชิดชูเกียรติจากกษัตริย์ของเบลเยี่ยม ให้มีตำแหน่ง “บารอน” นำหน้าชื่อ


สไตล์เสื้อผ้าของแบรนด์นี้มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมต่างๆ โดยเฉพาะ ทางตะวันออก อย่าง จีน อินเดีย และแอฟริกัน ผลงานที่ออกมาจึงเต็มไปด้วยสีสันและลวดลายซึ่งมีรูปทรงหลากหลาย ประกอบกับแนวคิดอิสระที่ไม่ถูกตีกรอบใดๆ ทำให้ผลงานเขาสร้างความฮือฮา และจุดประกายเทรนด์ใหม่ๆ ให้กับแวดวงแฟชั่นได้อยู่เสมอ

Comments are closed.

Pin It