เปิดประสบการณ์อาหารเหนือจากฝีมือเชฟชาวถิ่นแท้ๆ ที่บินตรงมาปรุงความอร่อยให้ลิ้มลองกันที่ใจกลางกรุงเทพ ที่ร้าน “เวียง” (WIANG : Khaosoi & Grill Bar) บนชั้น 2 เอราวัณ แบงค็อก ที่เสิร์ฟเมนูเมืองแสนอร่อย กับไฮไลท์เด็ด ข้าวซอย 5 ยุค นำการเดินทางของเมนูซิกเนเจอร์ของภาคเหนือมาถ่ายทอดความอร่อยตามเส้นทางเวลาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ที่ “เวียง” ไม่ได้เพียงเก๋ไก๋แต่อาหาร แต่ยังรวมไปถึงบรรยากาศการตกแต่ง และการบริการ เพราะที่นี่เปิดให้บริการเพียง 3 วัน คือ วันพฤหัสบดี ถึง วันเสาร์ โดยช่วงกลางวันเสิร์ฟอาหารจานๆ อย่างข้าวซอย 5 ยุค และในช่วงค่ำแปลงร่างเป็นไวน์บาร์ ที่นำเสนออาหารย่างจากเตาถ่าน พร้อมการจับคู่ไวน์ซึ่งคัดสรรมาเพื่อเสริมรสชาติของแต่ละเมนูอย่างลงตัว เป็นแนวคิดล้ำๆ ของ “เชฟก้อง – ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร” เชฟดังที่โดดเด่นด้านการศึกษาประวัติศาสตร์อาหารและวัฒนธรรมการกินของภูมิภาค
เขาได้นำองค์ความรู้มาตีความใหม่ผ่านวัตถุดิบ เทคนิคการปรุง และการเล่าเรื่องในแต่ละจาน อย่างการถ่ายทอดเรื่องราวของข้าวซอยผ่านมุมมองร่วมสมัย ด้วยแนวคิด “ข้าวซอย 5 ยุค” ที่นำเสนอวิวัฒนาการของอาหารจานนี้ผ่านการตีความใหม่ ร้อยเรียงตั้งแต่จุดกำเนิด ผ่านอิทธิพลของจีน อินเดีย โลกมุสลิม และล้านนา ก่อนพัฒนาสู่ข้าวซอยที่คุ้นชินอย่างในปัจจุบัน พร้อมเปิดมุมมองถึงความเป็นไปได้ของข้าวซอยในอนาคต
เริ่มจาก “ข้าวซอยต้นกำเนิด” ที่มาจาก ปาปาซอย อาหารเส้นของชาวยูนนาน ที่มี เส้นทำจากแป้งข้าว นึ่งก่อนซอยเป็นเส้นหนาและเหนียวนุ่ม คล้ายเส้นอุด้ง เสิร์ฟในน้ำซุปใส สามารถเลือกรับประทานแบบน้ำหรือแห้ง พร้อมหมูหรือเนื้อ และมีจำนวนจำกัดเพียง 15 ที่ต่อวัน
ถัดมาเป็น “ข้าวซอยสุลต่าน” ที่เริ่มได้รับอิทธิพลของเครื่องเทศจากอินเดียและโลกมุสลิมผ่านเส้นทางการค้า แม้ยังไม่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ แต่น้ำข้าวซอยมีความหอมซับซ้อนจากเครื่องเทศ โดยเสิร์ฟคู่กับเนื้อแกะย่างหรือน่องวัวตุ๋น ต่อด้วย “ข้าวซอยยำ” ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารของชาวไตและ Khao Swe ของเมียนมา โดยเปลี่ยนจากแป้งถั่วแบบดั้งเดิมมาใช้หัวมัน ก่อนขึ้นรูปเป็นเส้นคล้าย Pappardelle ให้สัมผัสนุ่มหนึบและแตกต่างจากข้าวซอยที่คุ้นเคย
มาจนถึงข้าวซอยในยุคปัจจุบันที่เราเคยชิน นำมาตีความร่วมสมัยแบบของ WIANG ที่น้ำข้าวซอยรสละมุนจากกะทิ เติมมิติด้วย Smoked Sour Cream ให้ความข้นและรสเข้มขึ้น ใช้เนื้อโกมะวากิว วัวที่เลี้ยงด้วยงาเป็นอาหาร ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว ไขมันละเอียด เสิร์ฟพร้อมริบอายย่างด้วยเตาถ่าน
ส่วนการคาดคะเนถึงวิวัฒนาการข้าวซอยในอนาคต เป็น “ข้าวซอยเย็น” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทั้งเส้นจีนและเส้นญี่ปุ่น ให้สัมผัสคล้ายโซเมน เสิร์ฟในน้ำซุป Consomme จากกะทิที่ผ่านการ Clarify จนใสสะอาดและเย็นจัด รับประทานคู่กับไก่หมักกะทิ ผักดอง และน้ำมันชะโก ให้รสชาติสดชื่น
ส่วนในช่วงค่ำ จัดเมนูอาหารเข้าคู่กับไวน์ มีทั้งข้าวซอยและอาหารย่างหลากหลายเมนู โดยแบ่งออกเป็น 3 หมวด ได้แก่ Fire, Fried และ Spicy โดย Fire ถ่ายทอดเสน่ห์ของการย่างด้วยเตาถ่านที่ดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาอย่างเต็มที่ ขณะที่ Fried และ Spicy นำเสนอเมนูทอด ยำ ส้า และลาบ ผ่านการตีความใหม่ในแบบร่วมสมัย ใครอยากลิ้มลองและเปิดประสบการณ์ความอร่อยของอาหารเหนือในมิติใหม่แบบนี้ เราแนะนำให้ติดต่อสำรองที่นั่งล่วงหน้า เพราะทางร้านมีที่นั่งจำกัด ซึ่งเปิดให้บริการเป็น 2 รอบ คือช่วงเที่ยง 12.00 – 14.00 น. และช่วงค่ำ 18.00 – 22.00 น. เฉพาะวันหฤหัสบดีถึงวันเสาร์เท่านั้น
Comments are closed.