Dining Out

ชวนฟินกินหรูกับเมนูเนื้อออสเตรเลีย 7 ร้านดัง

Pinterest LinkedIn Tumblr

องค์กรดำเนินงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนาของอุตสาหกรรมเนื้อแดงและปศุสัตว์ประเทศออสเตรเลีย (Meat & Livestock Australia) ขอเอาใจคนรักเนื้อในเมืองไทยด้วยแคมเปญใหญ่ “The Great Steak Escape” แคมเปญสำหรับคอเนื้อที่ต้องการลิ้มลองเนื้อออสเตรเลียขนานแท้ ร่วมกับ 7 เชฟชั้นนำจาก 7 ร้านอาหารดังทั่วกรุงเทพฯ นำเสนอเมนูอาหารจานเด็ดที่ปรุงด้วยเนื้อออสเตรเลียเกรดพรีเมียม ให้สายเนื้อได้สัมผัสกับสุดยอดรสชาติที่เปี่ยมด้วยความเข้มข้นชุ่มฉ่ำของรสชาติเนื้อวัวเต็มๆ คำ และดื่มด่ำกับประสบการณ์มื้ออาหารรสเลิศได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 24 พฤศจิกายน 2564

“The Great Steak Escape” เป็นแคมเปญที่นำเสนอรสชาติที่หอมเข้มข้นของเนื้อวัวออสเตรเลียเกรดพรีเมียมสู่ผู้บริโภค โดยเนื้อออสเตรเลียได้รับการยกย่องจากตลาดเนื้อทั่วโลกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผลิตจากวัวที่เลี้ยงในสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ผ่านการควบคุมการผลิตตั้งแต่ระดับคอกเลี้ยงไปจนถึงการบรรจุภัณฑ์เป็นอาหารเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ เพื่อการันตีผลิตภัณฑ์เนื้อที่มีความสมบูรณ์ทั้งในด้านคุณภาพที่สม่ำเสมอ เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้น และรสชาติที่เข้มข้นในทุกคำที่ได้ลิ้มลอง


1. “Smoked by Chef Pam” ร้านเนื้อรมควันสูตรลับฉบับเชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม แบรนด์แอมบาสเดอร์ True Aussie Beef ประจำประเทศไทย นำเนื้อออสซี่เกรดพรีเมียมรสเข้มข้นชุ่มฉ่ำมาผ่านขั้นตอนการย่างและรมควันบนเตาที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ มาพร้อมกับ 2 เมนูไฮไลต์ คือ 14-Hours Smoked Dino Ribs set ใช้เนื้อส่วนซี่โครงแบบติดกระดูกและ 14-Hours Smoked Angus Brisket set ทั้งสองเมนูเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงที่คัดสรรมาอย่างดี อาทิ สลัดมันฝรั่งมัสตาร์ด มันฝรั่งทอด โคล์สลอว์ ฯลฯ นอกจากนี้ ทางร้านยังมีเมนูเนื้อออสเตรเลียอีกมากมายให้สายเนื้อได้ลิ้มลองทั้ง Smoked Wagyu Tataki, Wagyu Round Cut Fried Rice, Smoked Steaks, Wagyu Flat Iron ฯลฯ


2. “Market Café by Khao” โดย “ข้าว” แบรนด์ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ภายในโรงแรมไฮแอท รีเจนซี กรุงเทพ สุขุมวิท ซึ่งทุ่มเทในการสร้างสรรค์เมนูอาหารเพื่อลูกค้าด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยในช่วง The Great Steak Escape Thailand ทางโรงแรมยังนำเสนอแพ็คเกจ “Steakation” ที่รวมบริการมื้ออาหารเนื้อออสซี่ระดับพรีเมียมพร้อมห้องพักหรูแบบ Club Room พร้อมบริการวีไอพีในคลับของโรงแรม คนรักเนื้อจะได้ลิ้มลองเมนูอาหารไทยที่ใช้เนื้อสันนอกออสเตรเลียซึ่งมีชั้นไขมันพอเหมาะและลิ้มรสเนื้อวัวเข้มข้น มาเป็นวัตถุดิบหลักชูรสชาติอาหารอย่าง เนื้อออสเตรเลียแดดเดียว เสิรฟ์คู่กับหมกเห็ด พล่าเนื้อ แกงรัญจวนเนื้อ พะแนงเนื้อย่าง เสริฟ์พร้อมข้าวห่อใบตอง และขนมหวานไทยโบราณที่หารับประทานยากอย่างส้มฉุน


3. “Fat Lamb Restaurant” ร้านอาหารสไตล์อาหารแบบเมดิเตอเรเนียน-อเมริกันทวิสต์ ในแบบฉบับของฮาลาลมอบประสบการณ์และบรรยากาศผ่อนคลายอบอุ่นราวกับบ้าน นำเสนอเมนูไฮไลต์อย่าง Giant Australian Tomahawk Steak ด้วยเครื่องปรุงสูตรพิเศษให้นักชิมตกตะลึงกับรสชาติตั้งแต่คำแรก เนื้อออสเตรเลียส่วนโทมาฮอว์ค นี้ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่ม มีเนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียดจากชั้นไขมันลายหินอ่อน พร้อมรสเนื้อที่เข้มข้น จัดวางมาให้เต็มอิ่มทั้งความอร่อยและรูปลักษณ์ที่สวยงาม อีกหนึ่งเมนูคือ Chicago Wagyu Pizza สำหรับคนที่รักเนื้อเท่า ๆ กับรักชีส เมนูนี้โดดเด่นด้วยกลิ่นชีสที่หอมหวนยวนใจ ซึ่งเข้ากับเนื้อออสเตรเลียที่นุ่มนวลสม่ำเสมอในทุกคำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทางร้านยังมีเมนูเนื้อออสเตรเลียสไตล์เมดิเตอเรเนียนอีกมากมายที่สายเนื้อไม่ควรพลาดทั้ง Tenderloin Beef Kebab, 24-hour sous vide beef cheek และ Iskender kebab


4. “Chef's Table by Chef Art” โดยเชฟอาร์ต-ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ เซเลบริตี้เชฟชื่อดังผู้บุกเบิกบริการอาหารสไตล์ Chef Table รายแรกของเมืองไทย ชูเมนูเด็ดของร้านอย่าง Australian Beef Wellington เมนูที่ผสานเนื้อสันในออสเตรเลียเข้ากับเครื่องปรุงสูตรลับเฉพาะที่มีทั้งเบอร์รี่ ไวน์แดง และมันฝรั่งบดละเอียด ห่อในแผ่นแป้งหอมเนย เมนูนี้ถือเป็นอาหารขึ้นชื่อใน Chef Table ของเชฟอาร์ตที่เต็มเปี่ยมด้วยความอร่อยของไส้เนื้อออสเตรเลียที่นุ่มนวลหอมกรุ่นจากเตา ถูกใจคอเนื้อทุกคนอย่างแน่นอน และอีกหนึ่งเมนูแนะนำคือ Australian Beef Fillet Rossini ผสมผสานเนื้อสันในออสเตรเลีย ซอสเปรีเกอ ขนมปังบรีโอช และผักรวมผัดเนย ซึ่งมอบรสชาติอร่อยเข้มข้นและสร้างความประทับใจให้ลูกค้าทุกคน


5. “Sexy Cow Prime Steak & Seafood” ร้านอาหารเนื้อและซีฟู๊ดชั้นเลิศที่ใช้เนื้อเกรดพรีเมียมทั้งคัตเนื้อสันใน สันนอก ริบอาย และโทมาฮอว์ก นำเสนอเมนู Meat Platter ชุดคัตเนื้อวัวและเนื้อแกะพรีเมียมจากออสเตรเลียสามชนิดให้ลิ้มลองกันอย่างจุใจ โดยคัตเนื้อทุกส่วนผ่านการบ่มนานถึง 4 สัปดาห์จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนและมีรสชาติเข้มข้น ทางร้านยังใช้เตาถ่านในการปรุงเพื่อให้ได้สเต็กที่สมบูรณ์แบบที่สุด อีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้คือ Tenderloin Truffle จานเด็ดตัวจริงสำหรับคนรักเนื้อ เลือกใช้เนื้อสันในที่เหมาะสำหรับสายคลีน พร้อมซอสทรัฟเฟิลและเห็ดทรัฟเฟิลสดรสเยี่ยม นับเป็นเมนูที่หรูหรา รสเลิศ และเติมเต็มความอิ่มเอมได้ในทุกมื้ออาหาร


6. “Flat Marble Restaurant” ร้านยอดฮิตในหมู่นักชิมที่ชื่นชอบประสบการณ์ Casual Fine Dining Restaurant ในกรุงเทพฯ รวมถึงคนรักเนื้อที่ชอบเมนูเนื้อที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน ชูเมนูไฮไลต์ Fat Beef Fried Rice with Australian Wagyu Striploin Steak โปะด้วยไข่ดาว อุนิ และอิคุระ และเมนู Capellini Aglio Olio e Pepperoncino topped with Australian Wagyu Striploin ทั้งสองเมนูนี้โดดเด่นด้วยรสชาติที่เข้มข้นจากเนื้อสันนอกที่มีชั้นไขมันลายหินอ่อนหนาและเหมาะมากกับการเซียร์ให้ได้รสชาติและกลิ่นเนื้อที่หอมอบอวล และอีกหนึ่งเมนูที่คอเนื้อขาประจำร้านสั่งกันเป็นประจำคือ Butter Australian Wagyu Tenderloin


7. “Mad Beef” ร้านอาหารเนื้อสไตล์ไคเซกิ นำเสนอเมนูเนื้อสุดสร้างสรรค์โดยใช้คัตเนื้อพรีเมียมที่แตกต่างกันเพื่อแสดงให้เห็นถึงความคลั่งไคล้ในเนื้อวัวอย่างแท้จริง ทางร้านมักเลือกเนื้อส่วนที่หายากที่สุดและนำมาปรุงอาหารด้วยวิธีการที่พิเศษที่สุดในสไตล์ของเชฟ หนึ่งในเมนูแนะนำคือ Mad Sando แซนด์วิชเนื้อวากิวสไตล์ญี่ปุ่นปรุงด้วยซอสสุกี้ยากี้สไตล์คันไซซึ่งก็คือซอสมาโยที่นำมาเผาไฟเพื่อให้ได้รสชาติที่หอมอร่อยเข้มข้น อีกหนึ่งเมนูได้แก่ Mad Don เนื้อสเต็กวากิวเดนเวอร์โปะบนข้าวราดไข่ดิบและต้นหอมทอด สเต็กเดนเวอร์ออสเตรเลียจานนี้ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ Chuck Flap Tail ถือเป็นคัตเนื้อที่มีเนื้อสัมผัสละเอียดและรสชาติเข้มข้นแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก นอกจากนี้ ทางร้านยังมีเมนูต่าง ๆ ที่ปรุงจากเนื้อออสเตรเลียรสชาติเข้มข้นสำหรับให้คอเนื้อได้ไปลิ้มลองกันอย่างเต็มอิ่ม

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดกิจกรรมและและข้อมูลของเชฟทั้ง 7 ที่ร่วมแคมเปญ The Great Steak Escape ได้ที่เว็บไซต์ www.thegreatsteakescape.com/th หรือเฟซบุ๊ก TrueAussieTH

Comments are closed.

Pin It