Guru Talk

"อั้ม" ต้นแบบศัลยกรรมอันดับ 1… ส่วนใครทำผิด.. อย่าคิดสั้น!! “หมอมนัส ฉายาวิจิตร”

Pinterest LinkedIn Tumblr

คุณหมอมนัส ฉายาวิจิตรศิลป์
ในขณะที่การทำศัลยกรรมรุดหน้าไปเรื่อยๆ อายุของผู้มาทำศัลยกรรมยิ่งลดลง เห็นได้จากลูกค้าของคลินิกต่างๆ เริ่มมีวัยรุ่นหรือกลุ่มนักศึกษาทำศัลยกรรมกันมากขึ้น หลายคนทำโดยไม่ได้ศึกษารายละเอียดอย่างครบถ้วน จนเป็นเหตุให้เกิดความผิดพลาดที่แก้ไม่ได้ ดั่งเกิดขึ้นกับนิสิตจุฬา ที่ตัดสินใจจบชีวิตลง เพราะผิดหวังจากการทำศัลยกรรมตามที่สื่อรายงาน แต่ความจริงแล้วการทำศัลยกรรมสามารถแก้ไขได้ ที่สำคัญต้องศึกษา หาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงมือทำให้ถ่องแท้

ร้อยตำรวจเอก มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์ หรือหมอมนัส แห่งเมโกะ คลินิก ที่บ่มเพาะประสบการณ์ศัลยกรรมมากว่า 30 ปี ทั้งที่ญี่ปุ่นและอเมริกา กล่าวว่า ทางการแพทย์ไม่ได้รับรองผลว่าทำทุกครั้งแล้วจะสวยเหมือนที่คนไข้คาดหวัง แต่ขอคอนเฟิร์มว่า 95% ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ทั้งนี้คนไข้ต้องค้นคว้าหาข้อมูลคุณหมอและสถานบริการโดยละเอียด ทั้งจากเพื่อนๆ หรือผู้ที่เคยทำ หรือตั้งกระทู้ไว้ในเน็ต

“เมื่อได้ข้อมูลแล้วก็ค่อยเข้าไปคุยและปรึกษากับคุณหมอในครบทุกที่ที่เราค้นพบว่าเขาดีจริงๆ แล้วจึงนำผลลัพธ์ที่ได้มาเปรียบเทียบกัน ผมว่าอย่างมากสุดควรหาข้อมูลซัก 3 ปี ติดตามดูคนไข้จากคลินิกนั้นๆ เลย ขอเบอร์และติดตามในโซเชียลเน็ตเวิร์กว่าหน้าตาเขาเปลี่ยนไปยังไงบ้าง วิธีนี้ดีที่สุดครับ เพราะการที่เราตัดสินใจจะเปลี่ยนโฉมด้วยการทำศัลยกรรมนั้น รูปร่างหน้าตาของเราก็จะเปลี่ยนไปตลอดการ”

การได้พบพูดคุยกับคุณหมอก่อนทำศัลยกรรม เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการตัดสินใจทำศัลยกรรม คุณหมอแนะนำอย่างหนักแน่นว่า “อย่าปิดบังข้อมูลคุณหมอ คนไข้ควรชัดเจนในสิ่งที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ”


“พฤติกรรมของคนไข้วัยรุ่นสมัยนี้ คือเอารูปดาราที่ชอบมาชี้ให้หมอดู โดยเฉพาะดาราดังอย่างอั้ม พัชราภานี่มาเป็นอันดับ 1 เลย นอกจากนั้นก็มี ชมพู่ อารยา แม้แต่ซอง เฮ เคียว ดาราดังจากเกาหลี แต่ไม่เคยพูดถึงความต้องการที่แท้จริงให้หมอฟัง บางคนไม่กล้าถาม และหมอบางคนก็แค่อยากขายของ แต่สำหรับผม ผมชอบพูดคุยกับคนไข้ก่อนนะ ต้องถามเหตุผลก่อนว่าที่เขาจะทำศัลยกรรมนั้น เพื่ออะไร บางคนอยากปรับปรุงบุคลิกภาพ บางคนต้องเสียเวลาแต่งหน้านาน แต่พอทำตาสองชั้นหรือทำจมูกแล้ว ทำให้ลดขั้นตอนของการแต่งหน้าและออกบ้านได้เร็วขึ้น เคสแบบนี้ผมก็โอเคเลยให้ผ่านฉะลุย แต่หากบางคนมาร้องห่มร้องไห้ อยากทำศัลยกรรมเพื่อให้ตัวเองสวยกว่าผู้หญิงคนใหม่ของแฟน หรืออยากทำสวยเพื่อให้เหมือนกับนักร้องในดวงใจ อย่างนี้ผมก็ต้องพูดคุยและให้เขาไปรักษาสิ่งที่ซ่อนเร้นภายในใจของเขาก่อน

คุณหมอยกตัวอย่างถึงเคสของน้องนักศึกษาที่เลือกจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย หลังจากทำศัลยกรรม ถึงแม้ทางครอบครัวของนิสิตคนนี้ออกมายืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน แต่เรื่องนี้ก็ยังเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับวงการการทำศัลยกรรม โดยเฉพาะระหว่างคนไข้กับแพทย์


“น้องเขาคงมีสิ่งซ่อนเร้นภายในใจ ยิ่งหากบอกว่าเป็นคนเครียดง่าย นอนไม่หลับ คุณหมอยิ่งต้องสังเกตแล้วว่า นอนไม่หลับเพราะอะไร หากเป็นเพราะจมูกไม่สวย แสดงว่าเขามีจินตนาการผิดปกติ หรือมีวิธีที่คิดที่แรงเกินไป และมันจะไม่จบ แม้จะทำจมูกครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็ยังจินตนาการว่ามันไม่สวย แบบนี้เราต้องแนะนำให้น้องไปรักษาด้านจิตใจก่อน และหมอขอแนะนำให้น้องๆ วัยรุ่นที่คิดจะทำศัลยกรรมควรปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ก่อน หลายคนที่ไม่บอก พอทำเสร็จแล้วกลับบ้าน คุณพ่อคุณแม่ทักว่าไม่สวย คราวนี้เริ่มเครียดแล้ว หาทางออกไม่เจอ จะกลับไปแก้ก็เสียค่าใช้จ่ายเยอะกว่าเดิมมากครับ”


การทำศัลยกรรมไม่ถูกใจ ใช่ว่าจะไม่มีทางออก บางคนศึกษาข้อมูลมามากต่อมากแล้ว แต่ดันดวงตกพบกับเรื่องบังเอิญ 1 ใน 100 ที่ใครๆ ไม่เคยพบ ก็ต้องหาวิธีแก้กันไป คุณหมอบอกว่าศัลยกรรมแก้ได้เรื่อยๆ จนกระทั่งผิวหนังของเราไม่สามารถทำได้แล้ว

“คนไข้มี 2 ประเภท คือ คนไข้ที่ไม่เคยพอใจเรียกว่า ติดศัลยกรรม และคนไข้ที่เจอปัญหาจริงๆ อย่างกรณีแรกมีคนไข้คนหนึ่งมาแก้จมูกกับผม 11 ครั้ง จนกระทั่งผิวหนังบางจนไม่สามารถทำได้ เราก็ต้องให้เขาหยุดเพราะทำต่อไม่ได้แล้ว ส่วนคนไข้ที่เพิ่งทำครั้งแรกและไม่พอใจ ควรรอดูผลลัพธ์ประมาณ 3 เดือน เพราะแผลยังคงบวมอยู่ แต่หากดูแล้วไม่ดีดั่งที่ใจปรารถนาก็ควรกลับไปพบคุณหมอท่านเดิม แต่หากคุณหมอยังยืนยันว่าสิ่งที่ทำนั้นดีอยู่แล้ว เราก็ต้องกลับมาพินิจพิจารณาว่า ดีจริงไหม และอยากแก้ไขกับคุณหมอคนใหม่ไหม เพราะหากไปทำที่อื่นใหม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าทำครั้งแรก”


หมอมนัสได้ยกตัวอย่างค่าทำศัลยกรรมจมูกของตัวเองว่า ทำครั้งแรกเริ่มต้นที่ 50,000 บาท แต่หากต้องให้แก้ไขจากที่อื่นราคาสูงถึง 70,000- 200,000 บาท เลยทีเดียว นี่คือเหตุผลที่คุณหมอต้องการให้คนไข้เสาะหาข้อมูลก่อนทำศัลยกรรมอย่างถี่ถ้วนเสียก่อน

“ศัลยกรรมเดี๋ยวนี้มีหลายแบบ ทั้งแบบเกาหลีที่ฮิตๆหรือสวยแบบธรรมชาติ สำหรับตัวผม ผมชอบศิลปะ และผลงานของผมจะต้องดูเนี้ยบ เนียน ต้องถามคนไข้ว่าอยากสวยตอนทำงาน หรืออยากสวยบนเวทีในกรณีที่เป็นนักร้อง เพราะมุมมองแต่ละแบบไม่เหมือนกัน ที่สำคัญคือต้องตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ให้ได้มากที่สุด นี่คือความท้าทายของคุณหมอศัลยกรรมในยุคนี้ครับ”


ศัลยกรรมไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสวย ผู้หญิงที่สวยเพียบพร้อมต้องสวยทั้งใบหน้า วาจาและจิตใจ คุณหมอฝากทิ้งท้ายว่า การทำศัลยกรรมเป็นเพียงแนวทางหนึ่งที่ทำให้เราดูดีขึ้น และประหยัดเวลาในการแต่งหน้าและแต่งตัว แต่ทุกคนก็ต้องดูแลสุขภาพ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วย


“ที่สำคัญผมเชื่อว่าทุกคนมีศาสนา และทุกศาสนามีเครื่องมือจัดการถึงกระบวนการทางจิตใจอยู่แล้ว เพียงแค่ทุกคนนำไปปรับใช้ ความสวยที่เราพึงพอใจก็จะเกิดขึ้นเองครับ”

Comments are closed.

Pin It