Art Eye View

“SPEAK UP – ไม่ยอมจำนน” นิทรรศการศิลปะที่ชวน “ลุกขึ้น ต่อสู้ ส่งเสียง” เพื่อทวงคืนสิทธิของตัวเอง

Pinterest LinkedIn Tumblr


ครั้งแรกกับการนำความไม่เป็นธรรมมาสื่อสาร ผ่านงานศิลปะ 2 สไตล์ ที่ต่างกันสุดขั้ว เมื่อความไม่เป็นธรรมบางครั้งอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่อาจซ่อนอยู่ในค่าไฟห้องเช่าที่แพงเกินจริง สายสื่อสารห้อยระโยงระยางที่อันตรายต่อชีวิต ค่าเดินทางที่ต้องจ่ายเกือบครึ่งของค่าแรง หรือเงินเก็บที่หายไปเพราะเพจปลอมบนโลกออนไลน์ หลายเรื่องเกิดขึ้นแล้วผ่านไป ขณะที่เสียงร้องเรียนของผู้คนดังขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ เงียบหายไปเช่นกัน

จากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้เรื่องราวเหล่านี้ยังคงมีคนมองเห็น และเสียงของคนที่ถูกเอาเปรียบยังมีคนได้ยิน จึงเกิดเป็น “SPEAK UP – ไม่ยอมจำนน” นิทรรศการศิลปะที่นำเรื่องราวของผู้คนมาถ่ายทอดผ่านภาพวาด พร้อมชวนผู้ชมตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรมใกล้ตัว และตระหนักว่า เมื่อเกิดปัญหา เราไม่จำเป็นต้อง “ยอมจำนน” อีกต่อไป


หนึ่งในศิลปินผู้สร้างสรรค์นิทรรศการนี้ คือ จาริณี เมธีกุล โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ด้านสังคมและผู้ก่อตั้งสตูดิโอศิลปะ 21/3 STUDIO ตลอดเส้นทางการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภคและการผลิตรายการสัมภาษณ์ในแนว Hard Talk ทำให้จาริณีได้รับฟังเรื่องราวของผู้คนจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนและถูกเอาเปรียบ

จากความหลงใหลในงานศิลปะ จาริณีจึงนำการวาดภาพมาเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการบันทึกเรื่องราวเหล่านั้น เธอเริ่มวาดภาพบุคคลไปพร้อมกับการสัมภาษณ์ รับฟังเรื่องราว และจดประโยคหรือความรู้สึกสำคัญลงบนภาพ เพื่อเก็บทั้ง “ใบหน้า” และ “เสียง” ของเจ้าของเรื่องไว้ วิธีการทำงานนี้นำไปสู่ผลงานภาพวาดที่ไม่ได้เป็นเพียงภาพบุคคล แต่เป็นภาพแทนเรื่องราว ประสบการณ์ และเสียงของผู้คนที่ต้องการสื่อให้สังคมได้รับรู้


จาริณี เล่าว่า “ตอนทำรายการโทรทัศน์ เรารู้สึกว่าพอออนแอร์จบ เรื่องก็ผ่านไป แต่ความเดือดร้อนของคนไม่ได้จบตามรายการ เลยคิดว่าจะมีวิธีไหนที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้ยังอยู่ต่อ ส่วนตัวเป็นคนชอบวาดหน้าคนอยู่แล้ว พอได้ฟังเขาเล่า เราก็เริ่มวาดไปพร้อมกับการสัมภาษณ์ บางประโยคที่ได้ยินมันแรงมาก แต่มันก็จริงมาก จนรู้สึกว่าต้องรีบจดลงไปในภาพ เพราะไม่อยากให้ความรู้สึกตรงนั้นหายไป”

สำหรับชื่อ “SPEAK UP – ไม่ยอมจำนน” ได้รับแรงบันดาลใจจาก สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่มักพูดถึงการทำงานเพื่อปกป้องผู้บริโภคว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างอำนาจต่อรองให้กับประชาชน เพราะหากผู้บริโภคไม่มีอำนาจต่อรอง ก็ยากที่จะได้รับสิทธิหรือความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน


นิทรรศการครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากสภาองค์กรของผู้บริโภค ซึ่งเปิดโอกาสให้นำประสบการณ์และความรู้สึกของผู้บริโภคมาถ่ายทอดเป็นงานศิลปะ รวมถึงช่วยประสานกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครในการจัดแสดงผลงาน

อีกหนึ่งความพิเศษของนิทรรศการนี้อยู่ที่การออกแบบพื้นที่จัดแสดง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ที่มีรูปแบบแตกต่างกันสุดขั้ว แต่กลับมาบรรจบกันในประเด็นเดียวกัน นั่นคือ การไม่ยอมจำนนต่อความไม่เป็นธรรม


ฝั่งหนึ่งคือ ขั้วสีดำ ที่นำเสนอผลงานสตอรี่บอร์ดที่วาดด้วยชาร์โคลจำนวน 45 ภาพ ผลงานของ บุญเชิด เข็มเงิน นักวาดสตอรี่บอร์ดมืออาชีพ ผู้ยังคงยึดมั่นในการวาดภาพด้วยมือ ถ่ายทอดปัญหาสังคมผ่านลายเส้นที่ดุดันและดิบ สะท้อนอีกด้านของเรื่องราวความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม


ขณะที่อีกฝั่งคือ ขั้วสีสัน กับผลงานของจาริณี ที่ใช้สีสันสดใสจัดจ้านในแบบฉบับของเธอ โดยนอกจากเรื่องราวของผู้บริโภคแล้ว จาริณียังขยายการวาดภาพไปยังกลุ่มนักขับเคลื่อนสังคมที่มีบทบาทในการตั้งคำถามและผลักดันการเปลี่ยนแปลง จนเกิดเป็นผลงานภาพไม่เหมือน 150 ภาพ จากบุคคล 150 คน

ภาพแต่ละภาพจึงเป็นเสมือนบันทึกของบุคคลหนึ่งคน ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาและประเด็นทางสังคมหลากหลาย ทั้งเรื่องสิทธิผู้บริโภค ความเหลื่อมล้ำ การถูกเอาเปรียบ และเรื่องราวของผู้คนที่เลือกจะลุกขึ้นมาส่งเสียงให้กับสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าควรได้รับการแก้ไข


การวางผลงานศิลปะสองขั้วไว้ในพื้นที่เดียวกัน จึงเปรียบเสมือนการพาผู้ชมเดินผ่านด้านมืดของปัญหา ไปสู่พลังของการลุกขึ้น ต่อสู้ ส่งเสียง จากเรื่องราวที่ชวนตั้งคำถามและสะท้อนบาดแผลของสังคม สู่ใบหน้าหลากสีสันของผู้คนที่ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้เสียหาย แต่ต้องการให้เสียงของตัวเองได้รับการรับฟัง

จาริณี กล่าวว่า “SPEAK UP ไม่ใช่แค่การบ่นหรือโพสต์ระบายในโซเชียล แต่คือการรู้ว่าเรามีสิทธิ แล้วกล้าที่จะใช้สิทธินั้น ถ้าเกิดความไม่เป็นธรรมแล้วทุกคนเงียบ สุดท้ายก็จะกลายเป็นสิ่งที่สังคมคุ้นชินและยอมรับไปโดยไม่รู้ตัว เราไม่ได้หวังว่าคนเดินออกจากนิทรรศการนี้แล้วจะต้องไปเป็นนักต่อสู้ทุกคน แต่อยากให้กลับไปพร้อมความรู้สึกว่า ถ้าวันหนึ่งเรื่องเหล่านี้เกิดกับเขา เขาไม่จำเป็นต้องยอมจำนน และเสียงของคนธรรมดามีความหมาย โดยเฉพาะเมื่อเสียงเหล่านั้นมารวมกัน”


นิทรรศการครั้งนี้ยังมีเจตนารมณ์ที่แตกต่างจากงานแสดงศิลปะทั่วไป เพราะศิลปินทั้งสองตั้งใจไม่จำหน่ายผลงาน โดยบุญเชิดเลือกมอบผลงานทั้งหมดให้สภาองค์กรของผู้บริโภคนำไปใช้ต่อยอดขับเคลื่อนงานเพื่อผู้บริโภค ขณะที่ผลงานของจาริณีจะมอบให้แก่บุคคลเจ้าของเรื่อง เพื่อแทนคำขอบคุณที่พวกเขาเปิดเผยประสบการณ์ตัวเอง เพื่อให้เสียงเหล่านั้นถูกส่งออกไปสู่สังคม

“SPEAK UP – ไม่ยอมจำนน” จึงเป็นมากกว่านิทรรศการศิลปะ แต่เป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนประสบการณ์ของคนธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะ พร้อมทั้งชวนทุกคนให้หันมามองปัญหา ตั้งคำถามกับความไม่เป็นธรรม และทบทวนว่าเราจะเลือกเงียบ หรือจะ SPEAK UP


ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ SPEAK UP – ไม่ยอมจำนน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 สิงหาคม 2569 ณ ห้องนิทรรศการ 3 ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

Comments are closed.

Pin It