Celeb Online

ถึงเวลาอร่อยกับ 6 เมนูเห็ดทรัฟเฟิลแล้วที่ร้านNo.43


บรรดาร้านอาหารในยุโรปเมื่อถึงช่วงเทศกาลเห็ดทรัฟเฟิลนั้น ร้านเหล่านี้จะติดป้ายหน้าร้านย้ำเตือนลูกค้าว่า….ถึงเวลาของทรัฟเฟิลแล้ว….แต่สำหรับเมืองไทยถ้าใครสนใจอยากจะลิ้มลองเห็ดแสนแพงในราคาที่สมเหตุสมผลขอแนะนำให้แวะไปที่ร้านNo.43 ซึ่งกำลังจัดเทศกาลเห็ดทรัฟเฟิลอยู่ในเวลานี้
เห็ดทรัฟเฟิลได้ชื่อว่าเป็นราชินีเห็ด เนื่องจากเป็นเห็ดที่หายากจึงมีราคาแพง เมื่อนำมาประกอบอาหารเชฟจะสไลด์เป็นแผ่นบาง ๆ เวลาเคี้ยวแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าเนื้อเห็ดจริง ๆ นั้นเหนียวหรือนุ่มกันแน่ แต่เสน่ห์ของเห็ดชนิดนี้มีดีที่ “กลิ่น” ที่หอมชวนหลงใหลจริง ๆ

เชฟบาสเตียน ชไนเดอร์ ประจำ ห้องอาหาร No.43 ซึ่งเป็นสไตล์อิตาเลี่ยน บริสโตร นำ Black Summer Truffle ที่นำเข้าจากอิตาลี มารังสรรค์เซ็ตเมนูพิเศษถึง 6 อย่างโดยแต่ละจานจะมีเห็ดทรัฟเฟิลเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้นพร้อมเสิร์ฟคู่กับไวน์ โดยเมนูทั้งหมดนี้จะมีกลิ่นอายความหรูหราของฝรั่งเศสผสมกับความเป็นเอกลักษณ์ของอิตาลีไว้ และเมื่อคุณผ่านทั้ง 6 เมนูนี้ไปได้ รับรองว่าคุณจะได้ประสบการณ์ความประทับใจกับเห็ดทรัฟเฟิลจากฝีมือเชฟบาสเตียนแบบไม่รู้ลืมเลย
จานแรกเรียกน้ำย่อยด้วยเมนูทาร์ทาร์เนื้อกับเห็ดทรัฟเฟิลบนขนมปัง ทีแรกนึกว่าจะเป็นเนื้อทาร์ทาร์บนขนมปังชิ้นเล็ก ๆ เพราะเป็นจานเรียกน้ำย่อย ปรากฏว่าเชฟใช้ขนมปังบาแกตที่แฝงกลิ่นอายฝรั่งเศสแผ่นใหญ่ฝานเฉียง ๆ มาอบกรอบทั้งชิ้น แล้วท็อปด้วยทาร์ทาร์ที่ทำจากเนื้อวัวส่วนเทนเดอร์ลอยนุ่มคลุกกับบัลซามิกมัสตาร์ดและทรัฟเฟิล ตกแต่งอีกชั้นด้วยผักสด ผลไม้และดอกไม้ดูน่ากินมาก

ปกติเราทาร์ทาร์เนื้อก็อร่อยหอมอยู่แล้ว แต่พอใส่เห็ดทรัฟเฟิลเข้าไปช่วยให้รสชาติหอมแรง เมื่อมาเคี้ยวกับเนื้อแล้วกลมกล่อมกำลังดี ถ้าคนไม่ทานเนื้อสามารถเปลี่ยนเป็นปลาแซลมอนหรือไข่ก็ได้
จานที่สองเสิร์ฟซุปเห็ดพอร์ชีนีราดด้วยครีมทรัฟเฟิล เสิร์ฟมาในถ้วยใสจึงมองเห็นชั้นล่างเป็นเนื้อซุปที่ใช้เห็ดพอร์ซินีจากอิตาลีเคี่ยวเป็นซุปข้น ส่วนด้านบนราดด้วยโฟมครีมขาวเนียนที่ใช้กลิ่นเห็ดทรัฟเฟิล แล้วท็อปด้วยเห็ดทรัฟเฟิลแผ่นบาง ๆ ซุปร้อน ๆ ถ้วยนี้ให้กลิ่นหอมของเห็ดทรัฟเฟิลมาแต่ไกล รสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ กลืนลงไปแล้วยังทิ้งกลิ่นของเห็ดอยู่ทั่วทั้งปาก และอย่าลืมทานคู่กับขนมปังคาชูที่นุ่มหอมอร่อยจริง ๆ
เมนคอร์สมีให้เลือก 2 เมนูถ้าใครชอบซีฟู้ดเลือกลิ้มลอง หอยเชลยัดไส้เห็ดทรัฟเฟิล เลือกหอยเชลจากถิ่นกำเนิดฮอกไกโดตัวโต นำมาจี่บนกระทะไฟแรงให้เกรียมด้านนอก แต่เนื้อในยังฉ่ำน้ำอยู่ยัดไส้ด้วยเห็ดทรัฟเฟิลท็อปปิ้งด้วยมันบด รสชาติของหอยเชลเข้ากับเห็ดทรัฟเฟิลมาก ยิ่งได้มันบดมาเพิ่มความมันหอมอีก เสิร์ฟกับไวน์ขาว ทำให้เมนคอร์สจานนี้อร่อยเต็มรสชาติมาก

ถ้าใครไม่ชอบซีฟู้ดมีเมนูไก่ให้เลือก โดยเชฟเลือกใช้เนื้ออกที่แน่น ๆ เอาเห็ดรัฟเฟิลสไลด์บาง ๆ มาซ่อนอยู่ใต้หนัง แล้วนำไปย่างบนกระทะร้อน ๆ ให้เนื้อไก่เกรียมเล็กน้อย ราดด้วยซอสไก่สีน้ำตาลและครีมโฟมไก่ที่ตีฟูเป็นสีชาวให้รสชาติเบานุ่ม ความอร่อยอยู่ที่เห็ดทรัฟเฟิลที่ซ่อนอยู่ในหนังไก่เกรียม เคี้ยวคู่กับหนังไก่แล้วหอมมันอร่อยเหลือใจ

ก่อนถึงขนมหวาน ขอคั่นเวลาด้วยบรีชีส ( เป็นชีสที่มีราคาค่อนข้างแพง) เป็นชีสฝรั่งเศสรสชาติหอม ๆ มัน ๆ กลิ่นไม่เข้มข้นมากยัดไส้ด้วยครีมทรัฟเฟิล กินคู่กับขนมปังฝรั่งเศสอบเหลืองกรอบ ชีสกับเห็ดแสนจะเข้ากันได้ดีให้ทั้งความมันและความหอมที่ลงตัวพอดิบพอดี

มาถึงขนมหวาน เชฟบาสเตียนตั้งใจทำสุดฝีมือ โดยใช้ลูกแพร์สดคว้านไส้ในให้กลวงแล้วแช่ในคาราเมลให้เนื้อฉ่ำหวานด้วยคาราเมล แล้วไส้ในยังใส่คาราเมลลงไปอีก ราดด้วยซอสชอกโกแลต ด้านบนวางด้วยเห็ดทรัฟเฟิลแผ่น แต่ทีเด็ดอยู่ที่ไอศกรีมเห็ดทรัฟเฟิลที่อร้อยอร่อย ช่วยตอกย้ำว่าเห็ดทรัฟเฟิลสามารถทำได้ทั้งของคาวและของหวาน

เนื่องจากเชฟบาสเตียนเคยผ่านทำขนมหวานจากร้านเชฟมิเชลินมาแล้ว คราวนี้ของปิดดินเนอร์มื้อพิเศษนี้ด้วยการบรรจงทำชอกโกแลตที่ผสมเห็ดทรัฟเฟิล เสิร์ฟ 4 ชิ้น โดยคลุกดาร์กชอกโกแฃต คลุกไวท์ชอกโกแลต คลุกถั่ว เป็นต้น กินกับชารสมินต์เย็น ๆ หอม ๆ เป็นการจบรายการเห็ดทรัฟเฟิลที่แสนประทับใจ
เทศกาลเห็ดทรัฟเฟิล ทั้งเซ็ต 6 เมนูนี้ เริ่มให้บริการวันที่ 27 มิ.ย. – 6 ก.ค. 2556 ที่ห้องอาหาร No.43 Italian Bistro ซ.หลังสวน กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้นคน 1,300 บาท++ สอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02-6587444 ต่อ 285 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.capehouse.com

Text : ปราณ ชีวิน
Photo : วารี น้อยใหญ่