Celeb Online

ไหมละลายยกหน้า! ตึงเปรี๊ยะ เซี้ยะแซงหน้านวัตกรรมอื่นๆ ได้ไง!?

By Lady Manager

…ไม่ใช่ไหมทองนะคะ หากเป็น การร้อยไหมละลาย ใต้ผิวหน้าเพื่อความกระชับเต่งตึง ซึ่งได้รับความนิยมมากในรอบ 4-5 เดือนมานี้ เนื่องจากเพิ่งผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของไทยมาหมาดๆ

จึงอยากรู้จังว่า เจ้านวัตกรรมความงามนี้มีดีอย่างไร ทำไมขึ้นแท่นเมนูสุดฮิตของสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลายเวลานี้ ชนิดว่าจองต่อคิวเป็นแถวยาวเหยียดเล้ย หมอท่านหนึ่งที่ตารางงานดูแลคนไข้แน่นเอี๊ยดแต่ยังอุตส่าห์เจียดเวลาให้ข้อมูลความรู้เรื่องไหมละลายแก่ท่านผู้อ่านผ่านเราอย่างรอบด้านเพื่อการตัดสินใจก่อนทำ ก็คือ น.พ.วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากเฮอร์ทิจูด คลินิก (Hertitude Clinic) หรือ หมออาร์ม กูรูความงามของเรานั่นเอง

ไหมละลายปลอดภัยกว่าไหมทอง

“พอพูดถึงร้อยหน้าด้วยไหม หลายคนนึกถึงการร้อยทอง” หมออาร์มเริ่มต้นเคลียร์ประเด็นความต่างระหว่างไหมละลายกับไหมทองก่อนเลย

“จริงๆ แล้ว การร้อยไหมเป็นนวัตกรรมใหม่กว่า ช่วยยกกระชับหน้าด้วยเส้นด้ายที่ใช้เย็บเวลาผ่าตัด ซึ่งพอครบเวลากำหนดของเค้า เค้าก็จะละลายหายไปจากร่างกายเอง โดยไม่ต้องตัดไหม เหมือนตอนคุณผู้หญิงผ่าคลอดน้อง คุณหมอจะเย็บไหมละลายให้ ไม่ต้องตัดไหม ไหมจะละลายไปเอง ไม่มีรอยข้างนอกเลย”

ทว่าหาใช่ไหมชนิดเดียวกับไหมผ่าตัดคลอดไม่ หากเป็นไหมพิเศษที่เรียกว่า PDO Polydioxanone

“เมื่อก่อนใช้ไหมตัวนี้ร้อยหัวใจเวลามีการผ่าหัวใจ ข้อดีคือ มันเล็กมาก ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือบาดเจ็บเนื้อเยื่อมากนัก และที่สำคัญ ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้”

ประเด็นนี้แหล่ะค่ะที่แตกต่างกับไหมทอง สาวโชคร้ายบางคนไปร้อยไหมทองแล้วเกิดอาการแพ้ ต้องคอยกินยาป้องกันแก้อักเสบ สวยทรมานกับไหมทองไปตลอดชีวิต

“ทองเป็นธาตุเฉื่อย ซึ่งคนไม่ค่อยแพ้ แต่บางคนก็แพ้เหมือนกัน อย่าง คนที่ไปเจาะหู ใส่ต่างหูทอง ถ้าแพ้ จะแดงเป็นหนองไปหมดเลย วิธีการรักษาง่ายๆ ขั้นแรกถอดต่างหูออก และกินยาแก้อักเสบ แต่ถ้ากินยาแก้อักเสบ ไม่ยอมถอดต่างหูออก มันก็จะเน่า บางคนหนักกว่าหนองอีก เป็นก้อนเนื้อนูนๆ ใหญ่ๆ ขึ้นมา ก็มีการพูดกันว่า ร้อยไหมทองเข้าไปอาจเกิดอาการแพ้ได้ ข้อเสียคือ ไม่สามารถถอดออกมาได้ เพราะมันอยู่ในใบหน้า ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดออก ทีนี้บางคนร้อยไหมหลายเส้นมาก หมอผ่าตัดออกให้ไม่ไหวจริง ก็จะใช้วิธีกินยาให้มีภูมิคุ้มกันไว้ ไม่ให้อักเสบมาก แต่ก็จะเป็นไปตลอด เพราะว่าทองไม่ละลายไปจากผิว”

ขณะที่ไหมละลาย PDO มีอายุ 6-8 เดือน ก็จะละลายหายไป

ประโยชน์ 3 ประการของไหมละลาย

อีกด้านหนึ่ง หลายคนเอะใจ เอ๊ะ! ไหมละลายอยู่ได้แค่ 6-8 เดือน หลังจากนั้นหน้าก็ห้อยเหมือนเดิมแล้วสิ!?

“พอร้อยไหมเข้าไปปั๊บตามทางที่หมอออกแบบไว้ จะเกิดการยกหน้าทันที” หมออาร์มกำลังพูดถึงประโยชน์อันดับแรก Lifting

“หมอจะออกแบบตามริ้วรอยของแต่ละคนที่เป็น เพราะฉะนั้นแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนมีรอยห้อยตามร่องแก้ม หมอก็จะดึงตรงแนวร่องแก้ม หรือบางคนแนวกรามเริ่มห้อย ก็ต้องมาดึงตรงแนวกรามขึ้น บางคนหนังตาเริ่มตก ก็ต้องมาดึงตรงหนังตาขึ้น”

ประโยชน์อันดับต่อไปคือ Tightening หมอเล่าว่า พอไหมเข้าสู่ผิวหนังจะเกิดกระบวนการรักษาตัวเองของผิวหนัง

“เมื่อไหมอยู่ในผิวเรา จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน (Collagen) อย่างต่อเนื่องไปอีก 6 เดือนจนกว่าไหมละลายไปทั้งหมด ซึ่งคอลลาเจนที่สร้างมานี้จะคงอยู่ไปอีก 3 ปี

ไหมจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาตามแนวแกนไหม ถึงแม้ว่าไหมะละลายไปแล้ว 6 เดือน หน้าคนไข้ก็ยังกระชับ”

และประโยชน์อันดับสุดท้าย Brightening ค่ะ

“เป็นกระบวนการตามธรรมชาติของผิว มีเลือดขึ้นมาเลี้ยงใบหน้ามากขึ้น ผิวได้รับอาหารผิวมากขึ้น ทำให้ผิวสุขภาพดีขึ้น ดูผิวกระจ่างใสขึ้น หลายคนทำไป 4-5 เดือน รู้สึกว่ากระฝ้าจางลง แต่บอกไว้ก่อนว่า ผลลัพธ์สำคัญที่ต้องการคือ การยกกระชับ เรื่องฝ้ากระจางลงเป็นผลพลอยได้ครับ คนที่ฝ้าขึ้นมากๆ อาจไม่ได้ผลขนาดนั้น ทั้งนี้โดยรวมจะรู้สึกว่าผิวสุขภาพดีขึ้น”

บวม-ฟกช้ำ-หน้าสองข้างไม่เท่ากัน

“ผมไม่โกหกคนไข้ บอกเลยว่า หลังทำมีอาการ..หนึ่ง-บวม เนื่องจากจิ้มเข็มเข้าไป หน้าก็จะบวมเล็กน้อย สองสามวันก็หาย และเห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีเลย สอง-อาจมีบางจุดเป็นรอยเขียวช้ำได้ แต่ก็เล็กน้อยครับ สามารถใช้รองพื้นกลบ

อาจไปจิ้มโดนเส้นเลือดใหญ่ ก็อาจฟกช้ำได้บ้างเล็กน้อย นี่ถือว่าเป็นอาการข้างเคียง ซึ่งมักเกิดขึ้นกับคนที่กินยาอาหารเสริม เช่น แอสไพริน (Aspirin), น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil), น้ำมันปลา (Fish Oil), แปะก๊วย, วิตามินอี ฯลฯ ทำให้เลือดหยุดไหลช้า จึงเกิดอาการฟกช้ำง่าย”

แหม ฟังหมอพูดจิ้ม จิ้ม จิ้ม ..อดรู้สึกเสียวกลัวไม่ได้

“กลัวจะไปโดนตาบอดโดนเส้นประสาทเหรอครับ” หมออธิบายข้อเท็จจริง

“ไม่ต้องกลัว เพราะจะร้อยลงไปในชั้นที่เป็นผิวหนังกับไขมัน ไม่ใช่เส้นประสาทหรือเส้นเลือดใหญ่ และความที่เป็นไหมละลาย ดังนั้นไม่มีโอกาสแพ้ หรือเกิดผลข้างเคียงระยะยาว อย่างมากก็เกิดรอยฟกช้ำเล็กๆ น้อยๆ ตามที่บอกครับ” หมออาร์มขยายย้ำอีกครั้งให้สบายใจ

“เส้นไหมเล็กมาก ไม่สามารถไปปักโดนเส้นประสาทขาดได้หรอกครับ หากแทงผิดชั้นจริงๆ ผลลัพธ์หนึ่ง-ไม่ได้ผล สอง-แทงเข้ากล้ามเนื้อ คนไข้อาจรู้สึกเสียวตรงแกนไหม วิธีการรักษาง่ายนิดเดียวคือ หมอฉีดยาลดการอักเสบให้ เพื่อลดการเสียวไหม พอผ่านไป 1-2 เดือน ไหมจะนิ่มมากเลย อาการเสียวก็จะหายไป”

ฟังแล้วสบายใจขึ้นค่ะ ทว่ากรณีได้ผลใบหน้ายกขึ้นแต่ไม่สวยล่ะคะ เราอดสงสัยต่อไม่ได้

“ปัญหาที่พบมักเป็นเรื่องทำแล้วผิวหน้าสองข้างไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่เกิดจากคนไข้ที่หน้าไม่เท่ากันแต่แรกเริ่มอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีแก้มสองข้างไม่เท่ากัน เมื่อร้อยไหมละลายเข้าไปแล้ว ผลลัพธ์ออกมาก็ไม่เท่ากัน

คนไข้ไม่ต้องกังวลครับ เพราะหลังจากทำไปแล้ว 1 เดือน ปกติคุณหมอจะนัดคนไข้ตรวจเพื่อเก็บตกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจยังไม่เพอร์เฟ็กต์ (perfect) หมอจะร้อยไหมเพิ่มเติมให้ ไม่ต้องห่วงครับ”

หน้าเรียว ลบตีนกา ปลายจมูกเชิด กระชับอก ..ทำได้หมด

ไม่ใช่สาวทุกคนทุกวัยร้อยไหมละลายแล้ว จะได้ผลลัพธ์หน้ากระชับเรียวสวยตึงเหมือนกันหมด

“หลายคนคิดถึงคนแก่เป็นหลัก แต่ผมอยากบอกว่าคนอายุน้อย 20-30 ปีทำได้ สาวเกาหลีนิยมทำให้หน้าเรียวขึ้น V Shape แต่ต้องเป็นกรณีที่เหมาะสมนะครับ คนที่จะยกกระชับหน้าให้เรียวด้วยไหมละลายต้องเป็นคนที่มีแก้ม แบบหยิกแก้มแล้วแก้มยุ้ยจังเลย แก้มกลมๆ น่ะครับ ยกกระชับแล้วหน้าจะเรียวสวยมาก แต่ถ้าแก้มตอบ ตรงนี้กระดูก ตรงนั้นก็กระดูก ตรงโน้นก็กล้ามเนื้อ ยกกระชับด้วยไหมละลายจะไม่ค่อยเห็นผล

คนที่อายุ 40 ปีขึ้น เริ่มมีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก มุมปากตก ทำให้ดูแก่ หรือบางคนที่เริ่มมีคางสองชั้นห้อยลงมา มีเหนียง หรือคิ้วเริ่มตก..เห็นตาสองชั้นไม่ชัดเจน..หางตาตก หรือคนที่มีรอยหางหรือตีนกา แต่ไม่อยากฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ก็มาใช้วิธีร้อยไหมละลายเพื่อช่วยลดรอยตีนกาได้”

ทว่าไม่ได้ผลลดตีนกาหายทั้งฝูง 100% เหมือนโบท็อกซ์หรอกนะคะ หมออาร์มเผยว่าไหมละลายให้ผลเพียง 70% แต่แลดูเป็นธรรมชาติกว่า

“ส่วนคนอายุ 70 ปี แนะนำไปผ่าตัดดึงหน้าจะเห็นผลมากกว่าครับ”

เท่านั้นไม่พอ สาวใดต้องการเสริมจมูกและเสริมคาง ก็ร้อยไหมได้นะคะ

“คนที่ปลายจมูกงุ้มลง พอสอดไหมเข้าไป จะทำให้ปลายจมูกเชิดขึ้น จมูกก็จะดูโด่งขึ้น และพอเส้นไหมอยู่ที่แกนจมูกข้างบน ทำให้จมูกแลดูเป็นสันมากขึ้น เป็นสันเหมือนแต่งหน้าไล้สันจมูกน่ะครับ”

หมออาร์มบอกว่าสามารถทำควบคู่กับการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) ด้วย

“ฟิลเลอร์สามารถทำให้สันจมูกโด่งขึ้น แต่มันไม่สามารถดึงปลายจมูกให้คนไข้ได้ เราก็จะเอามาทำคู่กันเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และที่สำคัญ ยาวนานขึ้น แม้กาลเวลาผ่านไป ไหมละลาย แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นเองจะยังคงอยู่อีกเล็กน้อย

หน้าอกก็ทำได้นะครับ แต่ทำให้กระชับ ไม่ใช่ทำให้ใหญ่ รวมทั้งหน้าท้อง อย่าง สาวใดคลอดลูกแล้วหน้าท้องหย่อนคล้อยมีริ้วรอย สามารถมาร้อยเพื่อยกกระชับขึ้นได้ ไม่ใช่เพื่อลดความอ้วน”

พูดชัดๆ คุณต้องลดความอ้วน ผอมมาก่อน แล้วมาร้อยไหมละลายยกกระชับบรรดาผิวหนังที่ห้อยหย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนักนั่นแหล่ะค่า..ถึงตรงสรรพคุณแท้จริง

*ข้อห้ามต้องระวังหลังร้อยไหม PDO

– เวลานอน จงนอนหงายนิ่งๆ ปลอดภัยหลับสบายที่สุด อย่าเผลอนอนถูหมอนล่ะ เพราะคุณอาจรู้สึกเสียวไหม นอนไม่หลับไม่รู้ด้วย

– ภายใน 1 สัปดาห์แรก กรุณาสัมผัสใบหน้าเบาๆ บางคนเผลอล้างหน้าแรงๆ ก็อาจรู้สึกเสียวไหมได้

– ภายใน 2 สัปดาห์แรก ห้ามทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์นวดหน้าต่างๆ รวมทั้งว่ายน้ำ หรือโยคะด้วย เนื่องจากการร้อยไหมนั้นมีรอยแผล เพียงแต่คุณมองไม่เห็น จึงควรป้องกันทุกกิจกรรมที่สร้างโอกาสให้เชื้อโรคซึมเข้าสู่ใบหน้าคุณได้ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าค่ะ

– ภายใน 6 เดือนแรก อย่าเพิ่งใจร้อนไปขึ้นเขียงผ่าตัดทำศัลยกรรม เพราะผลที่ได้จะเพิ่มขึ้นเรื่อย โดยจะเห็นผลเต็มที่ตอน 6 เดือน

“บางคนร้อยไหมไป 3 เดือน เปลี่ยนใจ..อยากไปผ่าตัด อย่าเพิ่งเลยครับ ยังไม่เห็นผลชัด รอให้ถึง 6 เดือนก่อน” หมออาร์มฝากทิ้งท้ายด้วยความปรารถนาดี
 

>> อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net