Celeb Online

เติมเต็มด้วยสารใดปลอดภัย? หมอแบบไหนไม่ควรไว้วางใจ?!

By Lady Manager

ยังฮิตและมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับ สารเติมเต็ม หรือที่เราๆ คุ้นเรียกกันว่า ฟิลเลอร์ (Filler)

เจอะเจอ น.พ.วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเลเซอร์ประจำเฮอร์ทิจูดคลินิก ในงานเปิดตัว Juvederm Voluma สารเติมเต็มตัวใหม่ล่าสุด จึงนอกจากขอเปิดซิงทำความรู้จักกับเจ้าสารเติมเต็มตัวนี้ ยังขอให้คุณหมออธิบายถึงสารเติมเต็มชนิดต่างๆ ข้อดีข้อเสีย และแน่นอน สารเราในฐานะผู้บริโภคต้องระวังอันตรายในรูปแบบไหนที่สุด

Juvederm Voluma ล้ำกว่าตัวเก่าตรงไหน?!

“Juvederm Voluma มีความคงตัวเหนือกว่าสารเติมเต็มอื่นๆ และความสามารถในการครีเอทรูปหน้าที่สมส่วนไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับหน้าให้เรียว หรือการเติมเต็มจมูกและคางที่ได้รูปคม ด้วย VYCROSSTM Technology นวัตกรรมลิขสิทธิ์เฉพาะของ Juvederm”

คุณหมอวรพจน์ กล่าวว่าองค์การอาหารและยาให้การรับรองสารเติมเต็ม Juvederm Voluma แล้วด้วย

“ล่าสุดองค์การอาหารและยาไทยไฟเขียวให้สารเติมเต็มตัวนี้แล้ว ว่าคงทนอยู่ในผิวได้นานมากกว่าสารเติมเต็มผิวเดิมๆ ปลอดภัยและสามารถใช้ในการครีเอทรูปหน้าได้”

VYCROSSTM Technology เป็นนวัตกรรมการผสมผสานระหว่าง 90% low-molecular-weight hyaluronic acid (LMWHA) and only 10% high-molecular-weight hyaluronic acid (HMWHA)

“ทำให้ได้ผลลัพธ์เติมเต็มที่ยาวนานกว่า 18 เดือน (จากผลการวิจัยในสหรัฐอเมริกา), มีความยืดหยุ่นและมีคุณสมบัติในการคืนตัวได้สูง สามารถฉีดเพิ่ม volume และ contour ได้ดี ไม่ไหลหรือแบนออกด้านข้าง ทำให้สามารถนำมาใช้ได้ดีกับจมูกและคาง, แลดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ทำให้รู้สึกเป็นก้อน, และมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้น้อยกว่า ทำให้ฉีดได้ง่าย ไม่บวมมากขึ้นหลังฉีด จึงกำหนดปริมาณยาในการฉีดได้แม่นยำกว่า และสวยทันทีหลังฉีด ไม่ต้องกลับไปดื่มน้ำเพื่อให้ฟูมากขึ้นเหมือนสารเติมเต็มตัวเดิม”

ย้อนสำรวจ ข้อดีข้อเสียสารเติมเต็มชนิดต่างๆ

ค่ะ เนื่องจากกระแสข่าวทุกวันนี้มักหนีไม่พ้นเรื่องของผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้สารเติมเต็มผิว บางรายตาบอด บางรายถึงขั้นหมดสติ กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา

ความที่ข่าวๆ ต่างๆ นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับสาวเราจำนวนมากเลยทีเดียว เราจึงเรียนรู้กันสักหน่อยว่าเจ้าสารเติมเต็มผิวคืออะไร มีกี่ชนิด แบบไหนมีโอกาสเกิดข้อเสียสูง และแบบไหนปลอดภัยสุด

“สารเติมเต็มผิวหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า เดอร์มอล ฟิลเลอร์ (Dermal filler) เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มปริมาตรให้กับผิว ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอย ร่องลึกต่างๆ เช่น รอยหางตา รอยย่นหน้าผาก ร่องแก้ม ร่องน้ำตา แก้มตอบ หรือนำมาใช้แก้ไขสัดส่วนบนใบหน้าอย่างเช่น จมูกและคางได้อีกด้วย

สารเติมเต็มผิวมีหลากหลายประเภท ตัวอย่างเช่น

การใช้ไขมันตัวเองมาเติมเต็มผิว (Fat Transfer) ซึ่งมีใช้กันมานานได้จากการดูดไขมันของตัวเองออกมา แล้วนำมาเติมใบหน้าส่วนที่ต้องการ

คอลลาเจนจากสัตว์ (Bovine collagen) เช่น คอลลาเจนวัวสามารถนำมาทำให้ปราศจากเชื้อ แต่ข้อเสียคือ อาจเกิดอาการแพ้ได้ง่าย ต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนฉีด

ไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic acid) เป็นสารเติมเต็มผิวที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากที่สุดในทางการแพทย์ เนื่องจากเป็นสารที่เหมือนสารให้ความชุ่มชื้นผิวตามธรรมชาติ ลักษณะเป็นเจลคริสตัลใส เติมเต็มผิวได้โดยไม่ก่อให้เกิดการแพ้ง่ายเหมือนคอลเจนจากวัว ใช้ง่าย เข็มที่ใช้ฉีดมีขนาดเล็ก ทำให้ฉีดได้ง่ายไม่เจ็บ และไม่ต้องพักฟื้นหลังการรักษา มีอายุอยู่ชั่วคราว 1-1? ปี หลังจากนั้นจะสลายตัวไปจากผิว หรือหากฉีดแล้วไม่พอใจก็สามารถฉีดเพื่อสลายสารเติมเต็มดังกล่าวออกไปได้เลย ที่สำคัญผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยา”

ผลข้างเคียงจากสารเติมเต็ม มักมาจากสาเหตุ?

ทั้งๆ ที่มีการใช้สารเติมเต็มมาเป็นเวลานานและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทั่วโลก แต่ปัจจุบันที่พบว่ามีข่าวการเกิดผลข้างเคียงจากการใช้สารเติมเต็มออกมามากมาย ปัจจัยที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยสารเติมเต็มส่วนใหญ่มักมาจากสาเหตุสำคัญ คือ

“การฉีดสารเติมเต็มโดยบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “หมอกระเป๋า” คนเหล่านี้มักแอบอ้างตนว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยแพทย์ฉีดมาจนชำนาญ สถานที่ให้การรักษามักไม่เป็นหลักแหล่ง ตรวจสอบที่มาไม่ได้ เช่น ฉีดกันตามรถตู้ ตามคอนโด และมักจูงใจด้วยการรักษาด้วยราคาถูก”

คุณหมอวรพจน์ ยกตัวอย่างกรณีที่เป็นข่าวดัง

“อย่างที่ล่าสุด ฉีดเสริมสะโพกโดยผู้ช่วยแพทย์ แล้วเกิดอาการชักและหมดสติ ขอแก้ความเข้าใจนะครับว่าใครๆ ก็เรียกตัวเองว่าผู้ช่วยแพทย์ได้ แค่เดินเอาเอกสารมาให้หมอคนนั้นก็เป็นผู้ช่วยแพทย์แล้วครับ

คนเหล่านี้ไม่ได้เรียนหรือฝึกฝนให้เข้าใจในด้านการแพทย์แม้แต่น้อย และหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ไม่สามารถให้การรักษาพยาบาลได้ทันท่วงทีอาจเป็นอันตรายได้ ดังนั้นอันดับแรกก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา ควรพิจารณาเลือกสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น สังเกตง่ายๆครับว่าต้องมีใบอนุญาตประกอบการสถานพยาบาล

และแพทย์ที่ทำการรักษาต้องเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาด้วยสารเติมเต็มผิวโดยตรง เนื่องจากการฉีดสารเติมเต็มผิวแพทย์ที่ทำการรักษาจะต้องทราบกายวิภาคของใบหน้า หรือบริเวณที่จะฉีดอย่างละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงการฉีดเข้าเส้นเลือด ทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยง

ผลข้างเคียงเช่น ผิวหนังตาย หรือตาบอดได้ และต้องฉีดในชั้นผิวหนังที่ถูกต้อง เพื่อไม่ทำให้เกิดลักษณะเป็นก้อนแข็ง แน่นอนว่าการรักษาทางการแพทย์ทุกอย่างอาจเกิดผลข้างเคียงได้ แต่แพทย์ที่ทราบ เข้าใจ และคำนึงถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอยู่เสมอ จะให้การรักษาอย่างระมัดระวังและป้องกันผลข้างเคียงต่างๆ อยู่เสมอ”

เตือน! ต้องรู้เท่าทันสารเติมเต็มปลอม

อีกประเด็นที่คุณหมอวรพจน์ขอเน้นย้ำคือ การฉีดสารเติมเต็มปลอม

“ปัจจุบันสารเติมเต็มที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยามีเฉพาะที่ทำจาก ไฮยาลูโรนิก แอซิดเท่านั้น สารเติมเต็มอื่นๆ ยังไม่ได้รับการยอมรับให้ฉีดในประเทศไทย โดยเฉพาะสารเติมเต็มผิวแบบถาวรและกึ่งถาวรเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงแน่นอน นอกจากนี้อาจทำให้เกิดการผิดรูปร่างในระยะยาวได้

พูดง่ายๆ ว่า 3-5 ปีอาจจะสวย แต่หลังจากนั้นใบหน้าอาจผิดรูปได้ อย่างที่เราก็เห็นกันอยู่เสมอ ในรายที่ใช้ซิลิโคนเหลวฉีดหน้าแล้วเกิดการห้อยย้อย อักเสบ

การฉีดสารเติมเต็มเพื่อเสริมหน้าอก หรือสะโพก จำเป็นต้องใช้สารเติมเต็มผิวปริมาณมากถึง 200-500 มิลลิลิตร คิดดูครับว่า ไฮยาลูโรนิก แอซิด 1 มิลลิลิตร ราคาปาระมาณ 15,000-20,000 บาท ถ้าใช้ถึง 500 มิลลิลิตรจะราคาเท่าไหร่ จึงไม่มีแพทย์คนไหนแนะนำให้คนไข้ฉีดกันหรอกครับ

ที่สำคัญ การฉีดสารเติมเต็มมากขนาดนั้นเข้าสู่ร่างกายมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงสูงมากครับ อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงเลยครับ แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะแนะนำให้ทำศัลยกรรมตกแต่งดีกว่าครับ เนื่องจากประหยัดและปลอดภัยมากกว่า
สารเติมเต็มที่มักนำมาใช้ฉีดเพิ่มขนาดหน้าอกหรือสะโพกมักเป็นสารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านการรับรองทางการแพทย์ ทว่ามีราคาถูก และเป็นการลักลอบฉีดโดยผิดกฎหมายเสียส่วนใหญ่

ยิ่งสารเติมเต็มที่ขายกันตามอินเตอร์เนตไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นของแท้แน่นอนครับ บริษัทผู้ผลิตและนำเข้าเวชภัณฑ์ไม่รับรองความปลอดภัยของสารเหล่านี้ถือว่าเป็นของปลอมทั้งหมด เนื่องจากเวชภัณฑ์เหล่านี้ขึ้นทะเบียนยาต้องจำหน่ายให้กับสถานพยาบาลเท่านั้น ไม่สามารถจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปได้”

ท้ายสุด คุณหมอวรพจน์แนะ ถามศึกษาให้รอบคอบ ไม่ต้องเกรงใจหมอ

“ใครๆ ก็อยากสวย หล่อ ดูดี ด้วยกันทั้งนั้นครับ แต่ใบหน้าและร่างกายเราไม่เหมือนเสื้อผ้านะครับ ซื้อของถูก ของเลียนแบบมาใช้ เบื่อๆ ก็ทิ้ง เดี๋ยวซื้อใหม่ได้ แต่ใบหน้า และร่างกายเรามีแค่ชิ้นเดียวครับ ถ้าเสียไปแล้วจะเรียกให้กลับคืนมาเหมือนเดิม บอกได้เลยครับว่ายาก

ดังนั้นก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษาใดๆ ควรศึกษาให้แน่ใจก่อน เลือกสถานพยาบาลและแพทย์ที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้ และอย่าลืมดูก่อนทุกครั้งนะครับว่าคุณหมอฉีดอะไรให้เรา อย่าเกรงใจครับ ผมเชื่อว่า คุณหมอทุกคนเต็มใจเปิดเผยข้อมูลตัวยาและเวชภัณฑ์ที่จะใช้กับคนไข้ครับ เป็นสิทธิผู้ป่วยที่จะต้องรับทราบข้องมูลก่อนยินยอมเข้ารับการรักษาครับ

อย่าอาย อย่าเกรงใจ อย่ากลัวคุณหมอจะหาว่าเรื่องมากครับ สิทธิของเราต้องรักษาไว้ครับ ผมเชื่อว่าคุณหมอทุกคนที่รักษาถูกต้องตามหลักวิชาการ และมีจรรยาบรรณทางการแพทย์ยินดีให้คำปรึกษา และตอบคำถามทุกคำถามของคนไข้ครับ สมัยนี้ต้องสวย ฉลาด และปลอดภัยครับ”
 

>> อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่  http://www.celeb-online.net