Celeb Online

“หวังหนิง” เป็นเศรษฐีเพราะตุ๊กตามอลลี่


เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐีใหม่ของหนุ่มสาวมิลเลนเนียลนั้นมีหลากหลาย สำหรับ หวังหนิง แห่งป๊อปมาร์ท ร่ำรวยขึ้นมาได้ก็เพราะการขายตุ๊กตามอลลี่ผ่านกล่องปริศนา ที่หาซื้อได้ในราคา 9 ดอลลาร์สหรัฐ จากตู้ขายอัตโนมัติทั่วจีนแผ่นดินใหญ่

หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามในจีน เศรษฐีเงินล้านคนใหม่วัย 33 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ป๊อปมาร์ท ยังได้ขยายกิจการของเขาไปยังอีก 21 ประเทศทั่วโลก ที่ตอนนี้มีร้านสาขามากกว่า 200 แห่ง รวมทั้งเครื่องขายตุ๊กตามอลลี่อัตโนมัติ ที่เรียกว่า ‘โรโบช็อปส์’ นับพันเครื่อง


‘ตุ๊กตามอลลี่’ ในกล่องปริศนา กลายเป็นสินค้าสุดเทรนดี้ ที่เมื่อไปหยอดเหรียญซื้อที่เครื่อง ‘โรโบช็อปส์’ จะไม่มีทางรู้ว่าจะได้รุ่นไหนมาครอบครอง สำหรับคนรุ่นใหม่เห็นว่าตุ๊กตาตัวเล็กๆ น่ารัก มักจะต้องเก็บสะสมให้ครบชุด

หวังหนิง ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทแม่ในปักกิ่ง มูลค่าประมาณ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่งมาเปิดไอพีโอในตลาดหุ้นฮ่องกง เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา


หนุ่มน้อยจากเหอหนาน ที่เลือกศึกษาด้านการโฆษณาจากมหาวิทยาลัยเจิ้งโจว หลังประสบการณ์การทำงานในบริษัทดิจิทัลมีเดีย อย่างซีนา คอร์ปเรชั่น ที่เป็นเจ้าของเว็บดัง เว่ยป๋อ ของจีน เขาก็คิดอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

ระหว่างที่ไปเที่ยวฮ่องกง หวังหนิง รู้สึกประทับใจร้านค้าที่ขายสินค้าหลากหลายที่อยู่ในเทรนด์ร่วมสมัย เขาคิดว่าจะนำเอาคอนเซ็ปต์นี้มาใช้บ้างกับธุรกิจของเขา


ในปี 2010 เขาเปิดร้านป๊อปมาร์ทแห่งแรกในย่านจงกวนชุน กรุงปักกิ่ง ซึ่งเรียกว่าเป็นศูนย์รวมแห่งเทคโนโลยี โดยมีฉายาว่าเป็น ‘ซิลิกอน วัลเลย์’ ของจีน – ร้านของเขาขายสินค้าหลากหลายมาก และหวังหนิงก็พบว่า เขาต้องจัดการกับสารพัดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดหมวดหมู่สินค้า ปัญหาพนักงาน และบริการหลังการขาย

เขาเข้าไปเรียนบริหารธุรกิจที่โรงเรียนกวงฮั้ว ที่เป็นสาขาของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ทำให้ได้พบกับเพื่อนร่วมชั้นคอเดียวกันมากมาย ซึ่งภายหลังกลายมาเป็นหุ้นส่วนของป๊อปมาร์ท


พอได้ความรู้ ได้คู่หู ก็ได้ไอเดียมาด้วย หวังหนิงตัดสินใจลดประเภทของสินค้าในร้านให้เหลือแต่ของเล่นซึ่งเป็นสินค้าขายดีที่สุด ก่อนจะเปลี่ยนขายของเล่นในกล่องปริศนา เหมือนที่เคยเห็นญี่ปุ่นขายผ่านตู้กาซาปอง

หวังหนิง ว่าจ้างศิลปินหลายคนให้ออกแบบตุ๊กตาตัวเล็กๆ หน้ากลมๆ ตาโตๆ เรียกว่า ‘ตุ๊กตามอลลี่’ และนำออกมาขายในกล่องปริศนาผ่านตู้อัตโนมัติครั้งแรก ในปี 2016 ปรากฏว่ายอดพุ่งถล่มทลาย ขายได้ถึง 22 ดอลลาร์ ในปี 2017 และ 73 ล้าน ในปีถัดมา


ยอดขาย ‘ตุ๊กตามอลลี่’ ยังคงพุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ แม้ว่าจะเป็นช่วงที่เกิดโรค COVID-19 ระบาด พวกเขากระโจนเข้าสู่การค้าขายออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเริ่มพร้อมๆ กับหน้าร้านมาตั้งแต่แรกแล้ว

ป๊อปมาร์ทมีแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซของตัวเอง อย่าง ปากุ และ ทีมอลล์ ซึ่งมีการเติบโตจากปี 2017-2019 มากกว่า 3 เท่า นอกจากนี้ เขายังไปเปิดตลาดในอาลีเอ็กซ์เพรส ซึ่งทำให้ ‘ตุ๊กตามอลลี่’ ติดอันดับของเล่นขายดีที่สุดในเว็บดังของจีน แซงหน้าของเล่นจากแบรนด์ดังอย่างดิสนีย์ และเลโก้เสียอีก


ก่อนจะกระโจนเข้าสู่ความเป็นบริษัทมหาชน ในปี 2020 รายได้ของป๊อปมาร์ทก็เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว อยู่ที่ราว 2,568 ล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งมีสัญญาทำ ‘ตุ๊กตามอลลี่’ ตามคาแรกเตอร์ที่ได้ลิขสิทธิ์ถูกต้องจากวอลท์ ดิสนีย์และยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ

ทุกวันนี้ ส่วนแบ่งการตลาดของเล่นของป๊อปมาร์ทในจีนนั้นไร้คู่แข่ง บริษัทยังได้ร่วมงานกับศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย เพื่อออก ‘ตุ๊กตามอลลี่’ คอลเลกชันต่างๆ มาให้นักสะสมได้มาเสี่ยงดวงซื้อจากกล่องปริศนา ณ ตู้อัตโนมัติ ‘โรโบช็อปส์’