ซีอีโอ เป็นตำแหน่งที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องการทำงาน ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ต่อสังคม ซีอีโอที่ดีจะแสดงให้เห็นถึงค่านิยมที่แข็งแกร่งตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งช่วยให้เกิดความเป็นผู้นำ และเติบโตในระยะยาว แต่ไม่ใช่ซีอีโอทุกคนที่จะสามารถจัดการกับชั่วโมงการทำงานที่มากมาย คำวิจารณ์ หรือประเด็นด้านจริยธรรมได้อย่างสง่างาม ทำให้มีซีอีโอบริษัทชื่อดังระดับโลกบางแห่งถูกมองว่าเป็นซีอีโอที่แย่ที่สุดตลอดกาลอย่างหัวเรือใหญ่ 4 บริษัทต่อไปนี้ ได้ชื่อว่าเป็นซีอีโออื้อฉาวและถูกเกลียดชัง เพราะอะไร เราไปดูกัน
มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก
“คุณสามารถทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมได้ แต่ก็ยังถูกกฎหมาย นั่นคือวิถีชีวิตของผม” เชื่อกันว่าเป็นคำพูดของ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก สมัยเรียนฮาร์วาร์ด ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะมีข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของเขามากมาย ทั้งการใช้ข้อมูลล็อกอินของเฟซบุ๊กเพื่อเข้าถึงและอ่านอีเมลส่วนตัว เรื่องคดีอื้อฉาว “เคมบริดจ์ อนาลิติกา” ที่ปล่อยให้ข้อมูลเท็จบนเฟซบุ๊กในระหว่างการเลือกตั้ง การยุติโครงการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของข้อมูลเท็จมากมาย รวมถึงข่าวการใช้เงินฟาดหัวซื้อตัวคู่แข่งอย่างไม่มีศีลธรรม และล่าสุดที่เขาต้องขึ้นศาลเพื่อแก้ต่างคดีแพลตฟอร์มของเขาทำให้เด็กเสพติดและเป็นอันตราย มีคำร้องขอให้ซักเคอร์เบิร์กลาออกแทบทุกปี และพนักงานของเขาเองก็ยังจัดการประท้วงบริษัททางออนไลน์อีกด้วย
แลร์รี เพจ
แพลตฟอร์ม Google ที่เริ่มต้นจากเครื่องมือค้นหาสู่การขยายบริการมากมายที่กลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในเกือบทุกแง่มุมของชีวิตประจำวัน ผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง แลร์รี่ เพจ ที่นั่งตำแหน่งซีอีโอมาหลายปีสมควรได้รับเครดิตอย่างมาก แต่ความเก่งของเขาก็มีมุมมืดเช่นกัน เพราะแม้ว่ากูเกิลจะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่เป็นมิตรกับพนักงานมากที่สุด แต่สำหรับคนที่ทำงานใกล้ชิดกับเขาล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำงานด้วยยาก เขาชอบเก็บตัว บางครั้งถึงขั้นหยาบคาย ระหว่างการประชุมสำคัญเขามักดูไม่สนใจและไม่ตอบสนอง บางคนถึงกับเรียกเขาว่าเป็น “คนงี่เง่าที่เห็นแก่ตัวและน่ารังเกียจ”
คาร์ลี ฟิโอรินา
การก้าวขึ้นเป็นซีอีโอ Hewlett-Packard ปี 1999 ทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งหัวหน้าของ Fortune 100 Company แต่ฝีมือของเธอกลับถูกกังขาเพราะมีแต่ปัญหา พนักงาน 30,000 คนต้องตกงาน และอีกราว 80,000 คนต้องยอมรับการลดเงินเดือนหรือสละสิทธิ์วันหยุดพักผ่อนที่สะสมไว้ ซึ่งหลายคนก็ถูกเลิกจ้างในภายหลังอยู่ดี แต่ตัวเองกลับได้ขึ้นเงินเดือนถึงสามเท่าและซื้อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ในขณะที่ลูกน้องของเธอต้องทนทุกข์อยู่กับความยากจน กระทั่งเมื่อเธอถูกบีบให้ลาออกในปี 2005 ราคาหุ้นบริษัทพุ่งขึ้น 6.9 เปอร์เซ็นต์ และหลังจากนั้นเธอได้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสังกัดพรรครีพับลิกันในปี 2016 แต่วีรกรรมเก่าของเธอก็ย้อนมาเล่นงานให้ต้องสะดุด
บิล เกตส์
อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ กำลังโดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเอปสไตน์ ไฟล์ การเปิดเผยถึงการมีสัมพันธ์กับหญิงขายบริการ จนทำให้ภรรยาเสี่ยงติดโรค โดยในอีเมลจากปี 2013 ที่เพิ่งเปิดเผย ชี้ให้เห็นว่าเอปสไตน์รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเกตส์กับผู้หญิงชาวรัสเซียสองคนและจัดหายาเสพติดให้เขา แต่เกตส์ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติด ความจริงเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน เกตส์ลาออกจากคณะกรรมการบริหารของไมโครซอฟต์ขณะที่กำลังมีการสอบสวนความสัมพันธ์ใกล้ชิดในอดีตกับพนักงานหญิงคนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อผู้หญิงในที่ทำงานอีกด้วย