Celeb Online

‘ฟรองซัวส์ เบตตองกูร์ เมเยอร์ส’ ผู้หญิงรวยที่สุดในโลกแต่ชอบความสมถะ


รายชื่อคนรวยที่สุดในโลก มักเป็นผู้ชายที่ติดอันดับต้นๆ แต่ก็มีผู้หญิงเพียงคนเดียวติดอันดับที่ 12 นั่นคือ “ฟรองซัวส์ เบตตองกูร์ เมเยอร์ส” เศรษฐินีชาวฝรั่งเศส เจ้าของบริษัทเครื่องสำอาง L’Oréal เป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และเมื่อเร็วๆ นี้ เธอยังเป็นผู้หญิงคนแรกที่มีทรัพย์สินมากกว่า 100 พันล้านดอลลาร์


เหตุผลก็คือ วิวัฒนาการหุ้นของ “ลอรีอัล” บริษัทเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตามรายงานของสื่อ มูลค่าหุ้นของ L’Oréal เพิ่มขึ้นถึง 35% ในปีที่ผ่านมา บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1909 โดย “เออแฌน ชูเอล” ปู่ของเบตตองกูร์ ซึ่งเป็นนักเคมีผู้ผลิตและจำหน่ายสีย้อมผม ก่อนที่ “ลิลีอัน เบตตองกูรต์” ผู้เป็นลูกสาวได้ขยายกิจการไปสู่บริษัทระดับโลก ทุกวันนี้ L’Oréal มีผลิตภัณฑ์จำหน่ายใน 150 ประเทศ ประกอบด้วย 36 แบรนด์ รวมถึง Diesel, Yves Saint Laurent, Giorgio Armani, Biotherm, Lancôme และ Prada ในปี 2022 ยอดขายของบริษัทอยู่ที่ 38.3 พันล้านยูโร

ฟรองซัวส์ เบตตองกูร์ เมเยอร์ส วัย 70 ปี ได้รับมรดกจากแม่ตอนที่ผู้เป็นแม่ไร้ความสามารถตามกฎหมายในปี 2011 เพราะโรคอัลไซเมอร์ และเสียชีวิตในปี 2017 ขณะนี้ มีซีรีส์ทาง Netflix ชื่อเรื่อง ‘The Billionaire, The Butler, and The Boyfriend’ เกี่ยวกับข้อพิพาททางกฎหมายที่ยืดเยื้อมานานหลายปี และการฉ้อโกงที่ช่างภาพคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่า ได้เรียกเก็บเงินจากลิลีอัน เบตตองกูร์ จำนวนหนึ่งพันล้านยูโร


ตระกูลเบตตองกูรต์มีชื่อเสียงอย่างมากในชนชั้นสูงชาวฝรั่งเศส ฟรองซัวส์ เบตตองกูร์ เมเยอร์ส แตกต่างจากแม่ของเธอซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในสังคมปาร์ตี้ฟุ่มเฟือย ส่วนเธอกลับเก็บตัว แต่ยังคงเป็นรองประธานบริษัท L’Oréal เธอมีชื่อเสียงในการเล่นเปียโนวันละหลายชั่วโมง ชอบสนับสนุนงานการกุศล และศึกษาพระคัมภีร์

“เธอใช้ชีวิตอยู่ในรังของตัวเองจริงๆ” ทอม แซงค์ตัน ผู้เขียนหนังสือ ‘The Bettencourt Affair’ เคยกล่าว และตั้งข้อสังเกตว่า แม้ตอนที่ยังเป็นเด็กเธอก็ดูไม่ค่อยสบายใจในโลกของคนรวย เมื่อปี 1984 เบตตองกูร์แต่งงานกับนักธุรกิจชาวยิว “ฌอง-ปิแอร์ เมเยอร์ส” และเปลี่ยนมานับถือศาสนายิว เมเยอร์ส-สามีของเธอเป็นหลานชายของ “โรเบิร์ต เมเยอร์ส” ผู้ซึ่งถูกฆาตกรรมในค่ายกักกันเอาชวิทซ์ และเป็นหลานชายของ “ฌูลส์ บาวเออร์” ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนศาสนายิวในฝรั่งเศส


ในช่วงทศวรรษ 1990 ฟรองซัวส์และสามีค้นคว้าประวัติครอบครัวและพบว่า ปู่ของเธอ เออแฌน ชูลเลอร์ เคยร่วมมือกับนาซีช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และให้เงินสนับสนุนองค์กรต่อต้านยิว ‘Comité secret d’action révolutionnaire’ รวมถึงพ่อของเธอซึ่งเคยเขียนบทความในปี 1941 ต่อต้านกลุ่มเซมิติกเกี่ยวกับพระเยซูและอีสเตอร์ โดยบรรยายว่า ชาวยิวเป็น “พวกฟาริสีหน้าซื่อใจคด” ที่ไม่เชื่อในพระเยซู

ฟรองซัวส์ เบตตองกูร์ เติบโตตามแนวทางของคาทอลิก เธอเปลี่ยนมานับถือศาสนายูดาย และมีส่วนร่วมในการค้นคว้าพระคัมภีร์ ทั้งยังสนับสนุนเงินให้กับการวิจัยเกี่ยวกับอาการหูหนวก พร้อมร่วมกับพ่อแม่ของเธอก่อตั้งมูลนิธิ Bettencourt Schueller ให้ทุนส่งเสริมโครงการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วัฒนธรรม และสังคม


เมื่อปี 2008 ฟรองซัวส์ เบตตองกูร์ ตีพิมพ์ผลงานหนังสือชื่อ ‘Regard sur la Bible ; mieux se comprendre entre juifs et catholiques’ เพื่อช่วยให้ชาวยิวและคริสเตียนเข้าใจรากเหง้าร่วมกันของพวกเขา จนได้รับรางวัลวรรณกรรม ‘Les Lauriers Verts’ หมวดจิตวิญญาณในปี 2009