คริสตีส์ (Christie’s) จัดเสวนาพิเศษ “จิบชา สนทนา 40 ปี คริสตีส์ในเอเชีย กับ 3 ผู้หญิงแถวหน้าในวงการประมูลระดับโลก” ปัญญชลี เพ็ญชาติ ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา Christie’s Thailand, เยาวณี นิรันดร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท คริสตี้ส์ อ๊อกชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และประภาวดี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ Christie’s ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา (CLMVT) จากวันแรกที่ Christie’s เข้ามาสู่ประเทศไทย ในยุคที่การสะสมยังจำกัดอยู่ในวงแคบ สู่วันที่วงการประมูลไทย กำลังมองไกลไปถึงเวทีระดับเอเชีย อะไรคือความเปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทางกว่า 28 ปี และโอกาสใหม่ที่กำลังรออยู่
Christie’s เริ่มต้นในประเทศไทยปี 2540 ท่ามกลางวิกฤตต้มยำกุ้ง ในยุคที่ตลาดนักสะสมยังเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ และภาครัฐต้องแบกรับภาระจัดการงานศิลปะจากสถาบันการเงิน Christie’s จึงเข้ามามีส่วนร่วมในการประมูลและประเมินมูลค่าโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมกับ ‘โรเจอร์ แมคอิลรอย’ (Roger McIlroy อดีตประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ Christie’s Australia) ผู้ดำเนินการประมูลระดับโลก มาร่วมจัดงานจนกวาดยอดทะลุร้อยล้านบาท
ปัญญชลี เพ็ญชาติ กล่าวว่า ในยุคแรกสินค้ากลุ่ม Jewellery, Watch และ Luxury Collectibles เติบโตอย่างรวดเร็ว ต่างจากงานศิลปะที่ยังไม่ได้รับความนิยม การเข้ามาของ Christie’s จึงไม่เพียงวางรากฐานให้ระบบการประมูลไทย แต่ยังเปิดโลกการสะสมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักสะสม ความท้าทายของยุคบุกเบิกจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือการเชื่อมโยงโลกศิลปะและการประมูลเข้ากับสังคมไทย อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญคือ “การประมูลเพื่อการกุศล” เพื่อระดมทุนให้แก่มูลนิธิต่างๆ กว่า 20 แห่ง ควบคู่กับการสนับสนุนผลงานของศิลปินไทยชั้นครูและศิลปินรุ่นใหม่
“ทุกครั้งที่เราจัดการประมูลเพื่อการกุศลจะเป็นอะไรที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยสีสัน ยังจำได้ว่า มีสุภาพสตรี 2 ท่านแย่งกันประมูลผ้าคลุมไหล่ชนิดไม่มีใครยอมใคร การประมูลในค่ำคืนนั้นสนุกมาก ๆ ค่ะ นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศที่มีความสามารถ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผ่านกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะโดย มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ทำให้การประมูลเพื่อการกุศลเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Christie’s ในประเทศไทย”
ประภาวดี โสภณพนิช กล่าวว่า “สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือความรู้ของนักสะสมรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก พวกเขาไม่ได้เริ่มต้นจาก Passion เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการค้นคว้าหาข้อมูลและมีความรู้เฉพาะทาง เชื่อมโยงเข้ากับ Lifestyle, Taste และ Investment อย่างเห็นได้ชัด แต่ Christie’s ยังคงเชื่อมั่นว่า Passion คือหัวใจสำคัญในการเริ่มต้นของนักสะสม เพราะคอลเลกชันที่สมบูรณ์แบบเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ การศึกษาประวัติศาสตร์และบริบทของตลาด ตลอดจนการเดินทางไปชมผลงานจริงในพิพิธภัณฑ์และ Art Fair ผลงานที่ดีจะต้องมีทั้งความสวยงามและเรื่องเล่าที่ซ่อนอยู่”
เยาวณี นิรันดร สะท้อนมุมมองว่า ไทยมีรากฐานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ไม่แพ้ชาติใดในอาเซียน ทั้งยังเต็มไปด้วยศิลปินทรงอิทธิพล นักสะสม แกลอรี และชุมชนสร้างสรรค์ที่รอการเชื่อมโยงเป็น Ecosystem ที่สมบูรณ์ “หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อย่าง สิงคโปร์หรือฮ่องกง ไทยก็เป็น Art Hub ได้เช่นเดียวกัน แต่ทุกวันนี้เรายังติดล็อกเรื่องโครงสร้างภาษี ขั้นตอนการขออนุญาต และพื้นที่จัดงานที่ครอบคลุม จากประสบการณ์ที่ได้รับจาก Christie’s บทเรียนวิกฤต Great Depression พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ศิลปะที่ดีจะยังคงอยู่เหนือกาลเวลาและมีมูลค่าเติบโตขึ้น ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มองศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของรสนิยมและการสะสมแบบ Quiet Luxury ส่งผลให้ตลาดเติบโตขึ้นเกือบ 10 เท่า ดิฉันจึงอยากเห็นรัฐบาลเร่งสนับสนุนเรื่อง Art Space และนโยบายภาษีจริงจัง เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่รัฐดันจนเติบโตอย่างก้าวกระโดด”